โรบินฮูดเชนพุ่งแรงในตลาด DeFi ค่าธรรมเนียมรายสัปดาห์แตะ 12.4 ล้านดอลลาร์ สะท้อนกระแสแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลรุ่นใหม่

โรบินฮูดเชนพุ่งแรงในตลาด DeFi ค่าธรรมเนียมรายสัปดาห์แตะ 12.4 ล้านดอลลาร์ สะท้อนกระแสแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลรุ่นใหม่

รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ

โรบินฮูดเชนกลายเป็นจุดสนใจใหม่ หลังค่าธรรมเนียม DeFi เพิ่มขึ้นมากกว่า 20 เท่า

ตลาดการเงินแบบกระจายศูนย์ หรือ DeFi (Decentralized Finance) กำลังจับตาการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ หลังข้อมูลจาก DeFiLlama ณ วันที่ 4 กันยายน 2026 พบว่า Robinhood Chain มีการเติบโตของค่าธรรมเนียมอย่างโดดเด่นที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีค่าธรรมเนียมจากการใช้งานในช่วง 7 วันล่าสุดอยู่ที่ 12.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วง 7 วันก่อนหน้าที่อยู่เพียง 564,000 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 22 เท่า

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ Robinhood Chain ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มเครือข่ายที่มีการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจสูงในตลาด DeFi โดยเมื่อพิจารณาค่าธรรมเนียมตามตัวเครือข่าย ไม่รวมค่าธรรมเนียมจากผู้ออกสินทรัพย์นอกเชน พบว่า Robinhood Chain มีค่าธรรมเนียมในช่วง 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 24.8 ล้านดอลลาร์ และในช่วง 30 วันอยู่ที่ 180.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าความเข้มข้นของกิจกรรมระยะสั้นอยู่ที่ 4.1 เท่า ซึ่งหมายความว่ากิจกรรมในช่วงล่าสุดเพิ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายวันของช่วง 30 วันอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัลมักแยกความแตกต่างระหว่าง “ค่าธรรมเนียม” และ “รายได้” ของโปรโตคอล โดยค่าธรรมเนียมหมายถึงจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ใช้งานจ่ายเพื่อใช้บริการ ขณะที่รายได้คือส่วนที่ตกเป็นของโปรโตคอลหรือผู้ถือโทเคน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนระดับการใช้งานในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมั่นคงหรือความสำเร็จระยะยาวของโครงการ

ในกรณีของ Robinhood Chain ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีค่าธรรมเนียม 12.4 ล้านดอลลาร์ในรอบ 7 วัน และมีรายได้ประมาณ 11.2 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ติดอันดับ 10 เครือข่ายหรือโครงการที่สร้างค่าธรรมเนียมสูงสุดในช่วงเวลานี้

สเตเบิลคอยน์ยังครองตลาด แต่แพลตฟอร์มใหม่เริ่มแย่งพื้นที่ในระบบ DeFi

แม้ Robinhood Chain จะเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่โดดเด่นที่สุด แต่ภาพรวมตลาด DeFi ยังคงถูกขับเคลื่อนโดยผู้เล่นรายใหญ่ในกลุ่มสเตเบิลคอยน์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าผูกกับเงินตราจริง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ

Tether ซึ่งเป็นผู้ออก USDT ยังคงอยู่ในอันดับหนึ่งของตารางค่าธรรมเนียมรายสัปดาห์ โดยมีค่าธรรมเนียมและรายได้ 111.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 111.4 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้า ส่วน Circle USDC อยู่ในอันดับสองด้วยค่าธรรมเนียมและรายได้ 45.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1% จากสัปดาห์ก่อน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาด DeFi ในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการแข่งขันระหว่างบล็อกเชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการแข่งขันระหว่างรูปแบบบริการ ตั้งแต่การออกสเตเบิลคอยน์ การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงบริการเปิดตัวโทเคนใหม่

ในกลุ่มตลาดแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ Uniswap V4 มีค่าธรรมเนียม 32.8 ล้านดอลลาร์ในช่วง 7 วัน เพิ่มขึ้น 105% จากช่วงก่อนหน้า ขณะที่ PumpSwap บนเครือข่าย Solana มีค่าธรรมเนียม 25.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3%

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมบล็อกเชน คือผู้ใช้งานกำลังให้ความสนใจกับระบบที่สามารถสร้างกิจกรรมจริง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การเปิดตัวสินทรัพย์ใหม่ หรือบริการทางการเงินรูปแบบใหม่

Pons V2 และตลาด Launchpad จุดเปลี่ยนของกิจกรรมบน Robinhood Chain

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Robinhood Chain ได้รับความสนใจคือการเติบโตของบริการ Launchpad ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้โครงการใหม่สามารถเปิดตัวโทเคนและสร้างตลาดเริ่มต้นได้

Pons V2 ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Launchpad บน Robinhood Chain มีค่าธรรมเนียม 26.3 ล้านดอลลาร์ในช่วง 7 วัน และมีรายได้ 4.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 7.7 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4 ของโครงการที่มีค่าธรรมเนียมสูงสุดประจำสัปดาห์

นอกจาก Pons V2 แล้ว ยังมี PAIR ซึ่งเป็น Launchpad บน Robinhood Chain ที่เพิ่งเข้าสู่การจัดอันดับ โดยสร้างค่าธรรมเนียม 202,000 ดอลลาร์ในช่วง 7 วัน จากเดิมที่ไม่มีตัวเลขในช่วงก่อนหน้า

ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมเกี่ยวกับการเปิดตัวโครงการใหม่กำลังเป็นหนึ่งในแรงผลักดันของระบบนิเวศ Robinhood Chain อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ Launchpad มักมาพร้อมกับความผันผวนสูง เนื่องจากโครงการใหม่จำนวนมากยังอยู่ในช่วงทดลองตลาดและต้องพิสูจน์ความสามารถในการรักษาผู้ใช้งานระยะยาว

นอกจาก Robinhood Chain แล้ว edgeX Perps ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์บน edgeX L1 และ Ethereum ก็เป็นอีกโครงการที่ได้รับความสนใจ โดยมีค่าธรรมเนียม 483,000 ดอลลาร์ในช่วง 7 วัน จากเดิมที่ไม่มีตัวเลขในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ Superchain บน Ethereum และ Base มีค่าธรรมเนียม 441,000 ดอลลาร์

บทเรียนสำหรับตลาดไทย: โอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมบล็อกเชนไทย

สำหรับประเทศไทย การเติบโตของ Robinhood Chain และกระแส DeFi รอบใหม่เป็นอีกสัญญาณว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากยุคที่เน้นเพียงการเก็งกำไร ไปสู่การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการทางการเงินดิจิทัล

ประเทศไทยมีผู้ใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมากและมีระบบนิเวศฟินเทคที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล กระเป๋าเงินดิจิทัล และโครงการที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างบริการที่สามารถดึงผู้ใช้งานจริงนอกเหนือจากการซื้อขายโทเคน

กรณีของ Robinhood Chain แสดงให้เห็นว่าปัจจัยสำคัญของบล็อกเชนยุคใหม่ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่าย เช่น การซื้อขาย การออกสินทรัพย์ การให้กู้ยืม และบริการทางการเงินอื่น ๆ

สำหรับบริษัทไทยที่พัฒนาด้าน Web3 หรือฟินเทค การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นตัวอย่างว่าการสร้างระบบนิเวศที่มีผู้ใช้งานจริงมีความสำคัญมากกว่าการเปิดตัวเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในช่วงที่การแข่งขันระดับโลกกำลังมุ่งสู่การเชื่อมต่อระหว่างการเงินดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล

ความสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีระหว่างไทยและเกาหลียังเป็นอีกปัจจัยที่น่าจับตา เกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุตสาหกรรมบล็อกเชนและเกม Web3 ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว บริษัทเกาหลีจำนวนมากให้ความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ประเทศไทยมีตลาดผู้บริโภคดิจิทัลที่เติบโตและมีศักยภาพในการเป็นฐานทดลองบริการใหม่ในภูมิภาคอาเซียน

ค่าธรรมเนียมสูงไม่ได้หมายถึงความสำเร็จถาวร ต้องมองข้อมูล DeFi อย่างรอบด้าน

แม้ตัวเลขค่าธรรมเนียมของ Robinhood Chain จะเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น แต่ข้อมูล DeFi จำเป็นต้องถูกวิเคราะห์อย่างระมัดระวัง เนื่องจากกิจกรรมบนบล็อกเชนอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามกระแสตลาด

ตัวอย่างเช่น ในกลุ่มพูลสภาพคล่องที่มีเงินฝากมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ Raydium-amm WSOL-USDC บน Solana มีอัตราผลตอบแทนต่อปี (APY) 86.26% และค่าเฉลี่ย 30 วันอยู่ที่ 64.52% โดยมีเงินฝากประมาณ 14.6 ล้านดอลลาร์ แต่ APY เป็นผลตอบแทนสำหรับผู้ฝากสภาพคล่อง ไม่ใช่รายได้ของโปรโตคอล จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบโดยตรงกับค่าธรรมเนียมได้

นักลงทุนและผู้ใช้งานจึงควรพิจารณาปัจจัยหลายด้าน ทั้งจำนวนผู้ใช้งานจริง ความปลอดภัยของระบบ ความโปร่งใสของโครงการ และความสามารถในการรักษากิจกรรมในระยะยาว

สำหรับตลาดโลก การเกิดขึ้นของเครือข่ายใหม่และบริการรูปแบบใหม่กำลังทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมบล็อกเชนเข้มข้นขึ้น ขณะที่ตลาดไทยเองอาจต้องจับตาว่าแนวโน้มนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือ เทคโนโลยี หรือบริการทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ในอนาคตอย่างไร

ทิศทางต่อไปของ DeFi: จากตัวเลขค่าธรรมเนียมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ใช้งานจริง

ข้อมูลรายสัปดาห์จาก DeFiLlama ชี้ให้เห็นว่าศูนย์กลางกิจกรรมในโลก DeFi ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับผู้เล่นรายเดิม แต่กำลังเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้ใช้งานและรูปแบบบริการใหม่

Robinhood Chain เป็นตัวอย่างล่าสุดของเครือข่ายที่สามารถดึงกิจกรรมจำนวนมากเข้ามาในช่วงเวลาสั้น ๆ ผ่านบริการต่าง ๆ เช่น Launchpad และแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์ ขณะที่ Ethereum, Solana และ Hyperliquid ยังคงรักษาบทบาทสำคัญในระบบนิเวศโดยรวม

สำหรับประเทศไทย การติดตามแนวโน้มเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของตลาดลงทุน แต่เกี่ยวข้องกับอนาคตของบริการทางการเงินดิจิทัล การพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน และโอกาสของบริษัทไทยในการเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจ Web3 ระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขค่าธรรมเนียมเป็นเพียงภาพสะท้อนของกิจกรรมในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่คำรับรองถึงความสำเร็จของโครงการใดโครงการหนึ่ง การเติบโตอย่างยั่งยืนยังต้องอาศัยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ความเชื่อมั่นของผู้ใช้ และการใช้งานจริงในระบบเศรษฐกิจ

Source: Original Korean article - Trendy News Korea

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีเข้าสู่ยุค “สองขั้ว” เมื่อสไปเดอร์แมนยังแรงไม่ตก และคลื่นหนังฟอร์มใหญ่ส่งสัญญาณถึงตลาดไทย

EXO ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ที่กรุงโซล สะท้อนสูตรความยั่งยืนของ K-pop และโจทย์ใหม่ของตลาดไทย

จากซอแจพิลถึงพื้นที่สาธารณะสมัยใหม่: บทเรียนจากเกาหลีที่สะท้อนถึงสื่อ การเมือง และความเปลี่ยนแปลงในสายตาไทย