‘โอเดสซี’ ครองบัลลังก์บ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลี 4 สัปดาห์ติด สะท้อนพลังหนังฟอร์มใหญ่และโอกาสใหม่ของตลาดไทย

รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
‘โอเดสซี’ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ในโรงภาพยนตร์เกาหลี หลังครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง
ภาพยนตร์เรื่อง ‘โอเดสซี’ ยังคงเป็นศูนย์กลางของความสนใจในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี หลังทำรายได้และจำนวนผู้ชมสูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศประจำสัปดาห์ที่ 24-30 สิงหาคม โดยข้อมูลจากคณะกรรมการภาพยนตร์เกาหลี หรือ KOFIC ระบุว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีผู้ชมในช่วงเวลาดังกล่าว 1,755,593 คน และมียอดผู้ชมสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 8,864,928 คน
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ ‘โอเดสซี’ ครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 พร้อมสร้างความแตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นอย่างชัดเจน เพราะสามารถรักษาความนิยมได้แม้ผ่านช่วงเปิดตัวแรกของการเข้าฉายมาแล้ว โดยในสัปดาห์ดังกล่าว ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ประมาณ 19,870 ล้านวอน และมีส่วนแบ่งรายได้ในตลาดโรงภาพยนตร์ถึง 64.7%
สถานการณ์นี้สะท้อนรูปแบบการบริโภคภาพยนตร์ยุคใหม่ในเกาหลีใต้ ซึ่งผู้ชมจำนวนมากยังคงเลือกเดินทางเข้าโรงภาพยนตร์เพื่อสัมผัสประสบการณ์ภาพและเสียงขนาดใหญ่ โดยเฉพาะภาพยนตร์ที่สามารถสร้างกระแสพูดคุยในสังคมได้ การที่ ‘โอเดสซี’ ยังคงได้รับรอบฉายจำนวนมากหลังจากเปิดตัวหลายสัปดาห์ เป็นสัญญาณว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสระยะสั้น แต่กำลังเข้าสู่ช่วงของการทำรายได้ระยะยาว
นับตั้งแต่เข้าฉายวันที่ 5 สิงหาคม ‘โอเดสซี’ ได้รับการจัดฉายบน 2,071 จอ รวมจำนวนรอบฉาย 41,231 รอบในช่วงเวลาที่มีการเก็บข้อมูล ความสามารถในการรักษาพื้นที่บนจอภาพยนตร์ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะในตลาดโรงภาพยนตร์เกาหลีที่มีการแข่งขันสูง ภาพยนตร์ใหม่จำนวนมากต้องแย่งชิงรอบฉายและพื้นที่ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
ยอดผู้ชมของ ‘โอเดสซี’ ยังเข้าใกล้หลัก 9 ล้านคน โดยเหลืออีกเพียง 135,072 คนเท่านั้น ทำให้ตลาดภาพยนตร์เกาหลีจับตามองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถก้าวผ่านตัวเลขดังกล่าวได้ในสัปดาห์ถัดไปหรือไม่
ตลาดเกาหลีเห็นภาพชัด: หนังอันดับหนึ่งกำลังดึงเม็ดเงินส่วนใหญ่ของโรงภาพยนตร์
ความน่าสนใจของบ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีในสัปดาห์นี้ไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขของ ‘โอเดสซี’ เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่โครงสร้างตลาดซึ่งแสดงให้เห็นการกระจุกตัวของผู้ชมอย่างชัดเจน เมื่อรวมรายได้ของภาพยนตร์อันดับ 1 และอันดับ 2 พบว่าทั้งสองเรื่องครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 79%
อันดับ 2 ได้แก่ ‘สไปเดอร์แมน: แบรนด์ นิว เดย์’ ซึ่งยังคงรักษาตำแหน่งเดิมจากสัปดาห์ก่อน โดยมีผู้ชม 420,800 คนในรอบสัปดาห์ และยอดสะสม 8,548,398 คน ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ประมาณ 4,390 ล้านวอน และมีส่วนแบ่งรายได้ 14.3%
แม้ ‘สไปเดอร์แมน: แบรนด์ นิว เดย์’ จะมีฐานแฟนคลับจากจักรวาลซูเปอร์ฮีโรระดับโลก แต่ช่องว่างระหว่างอันดับ 1 และอันดับ 2 มีมากถึง 1,334,793 คน สะท้อนให้เห็นว่า ‘โอเดสซี’ กำลังสร้างแรงดึงดูดเหนือการแข่งขันในตลาดช่วงเวลานี้
ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์ใหม่อย่าง ‘คยองจูกีแฮง’ หรือ ‘ทริปคยองจู’ สามารถเปิดตัวขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 3 ด้วยจำนวนผู้ชม 187,905 คน หลังเข้าฉายวันที่ 26 สิงหาคม ส่วน ‘โอ๊ค สตรีทส์ ลาสต์ เดย์’ เปิดตัวอันดับ 4 ด้วยผู้ชม 106,894 คน แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ใหม่ยังมีพื้นที่ในตลาด แม้ต้องแข่งขันกับผู้นำที่แข็งแกร่ง
รูปแบบดังกล่าวเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยขึ้นในตลาดบันเทิงทั่วโลก ภาพยนตร์บางเรื่องสามารถสร้างฐานผู้ชมขนาดใหญ่จนกลายเป็น “แม่เหล็ก” ดึงความสนใจจากผู้ชม ขณะที่ภาพยนตร์ขนาดกลางและภาพยนตร์เฉพาะกลุ่มต้องแข่งขันด้วยจุดขายด้านเนื้อหา ความแตกต่าง หรือกลุ่มแฟนเฉพาะทาง
บทเรียนจากเกาหลี: ความสำเร็จของภาพยนตร์ยุคใหม่ไม่ได้วัดแค่สัปดาห์เปิดตัว
ความสำเร็จของ ‘โอเดสซี’ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี จากเดิมที่ภาพยนตร์จำนวนมากให้ความสำคัญกับรายได้ในช่วงสุดสัปดาห์แรก ปัจจุบันความสามารถในการรักษากระแสหลังเปิดตัวกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้น
ในยุคที่ผู้ชมมีทางเลือกจากแพลตฟอร์มสตรีมมิงจำนวนมาก การทำให้ผู้ชมตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อเข้าโรงภาพยนตร์จำเป็นต้องมีมากกว่าการโฆษณา ภาพยนตร์ต้องสร้างประสบการณ์ที่ไม่สามารถทดแทนได้ง่ายจากการรับชมที่บ้าน เช่น คุณภาพภาพ เสียง บรรยากาศร่วมกับผู้ชมคนอื่น และความรู้สึกว่าเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรม
เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุตสาหกรรมภาพยนตร์แข็งแรงและมีระบบข้อมูลตลาดที่ละเอียด ผ่านการเก็บสถิติจาก KOFIC ทำให้ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และโรงภาพยนตร์สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่จำนวนรอบฉาย ประสิทธิภาพของแต่ละพื้นที่ ไปจนถึงแนวโน้มของภาพยนตร์แต่ละประเภท
สำหรับวงการภาพยนตร์เอเชีย ความสำเร็จลักษณะนี้มีความหมายมากกว่าตัวเลขรายได้ เพราะเกาหลีใต้กำลังใช้ภาพยนตร์เป็นหนึ่งในเครื่องมือขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรม หรือที่เรียกว่า “ฮันรยู” ซึ่งคนไทยคุ้นเคยผ่านกระแสซีรีส์เกาหลี เพลง K-pop อาหารเกาหลี และแฟชั่นเกาหลีมาอย่างต่อเนื่อง
ภาพยนตร์เกาหลีที่ประสบความสำเร็จในประเทศจึงมีโอกาสต่อยอดไปยังตลาดต่างประเทศ ทั้งผ่านโรงภาพยนตร์ การซื้อสิทธิ์เผยแพร่ และการสร้างฐานแฟนใหม่ในต่างประเทศ
ความหมายต่อประเทศไทย: โอกาสของตลาดหนังไทยและความสัมพันธ์บันเทิงไทย-เกาหลี
ความสำเร็จของ ‘โอเดสซี’ เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทย เนื่องจากตลาดภาพยนตร์ไทยมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเกาหลีอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านผู้ชม การนำเข้าคอนเทนต์ และความร่วมมือด้านบันเทิง
ผู้ชมชาวไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่ติดตามวัฒนธรรมเกาหลีอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ซีรีส์เกาหลีที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย ไปจนถึงศิลปิน K-pop ที่มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก ความสำเร็จของภาพยนตร์เกาหลีในประเทศต้นทางจึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้จัดจำหน่ายในไทยในการประเมินแนวโน้มการนำเข้าภาพยนตร์
สำหรับโรงภาพยนตร์ไทย กรณีของ ‘โอเดสซี’ แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ที่สร้างกระแสได้สามารถช่วยเพิ่มความสนใจต่อประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในโรง แม้ผู้บริโภคจะมีทางเลือกจากบริการสตรีมมิงมากขึ้นก็ตาม ประเด็นสำคัญคือการสร้างภาพยนตร์ที่มีเอกลักษณ์และสามารถเชื่อมโยงกับอารมณ์ของผู้ชม
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเองมีจุดแข็งด้านเรื่องเล่า วัฒนธรรม และแนวคิดสร้างสรรค์ เช่นเดียวกับที่ภาพยนตร์เกาหลีใช้ประเด็นทางสังคม ประวัติศาสตร์ และชีวิตประจำวันมาสร้างเนื้อหาที่เข้าถึงผู้ชมทั่วโลก กรณีของเกาหลีจึงเป็นตัวอย่างด้านการพัฒนาแบรนด์วัฒนธรรมผ่านสื่อบันเทิง
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของภาพยนตร์เกาหลีไม่ได้หมายความว่าตลาดไทยจะมีเพียงบทบาทเป็นผู้รับคอนเทนต์ แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้สร้างไทยและเกาหลีในอนาคต ทั้งด้านการร่วมผลิต การแลกเปลี่ยนเทคนิคการผลิต และการขยายตลาดไปยังภูมิภาคอื่น
สิ่งที่บริษัทบันเทิงไทยควรจับตามองคือแนวทางการสร้างฐานแฟนระยะยาวของเกาหลี ซึ่งไม่ได้พึ่งพาผลงานเพียงชิ้นเดียว แต่สร้างระบบนิเวศรอบตัวศิลปิน นักแสดง ผู้กำกับ และเรื่องราว ผ่านหลายช่องทาง ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ เพลง และกิจกรรมกับแฟนคลับ
การแข่งขันหลังจากนี้: ‘โอเดสซี’ จะไปได้ไกลแค่ไหน และตลาดเอเชียกำลังเปลี่ยนอย่างไร
หลังจาก ‘โอเดสซี’ ทำยอดผู้ชมสะสมเข้าใกล้ 9 ล้านคน คำถามสำคัญคือภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถรักษาความเร็วของกระแสได้อีกนานเพียงใด เพราะตลาดโรงภาพยนตร์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อมีภาพยนตร์ใหม่เข้าฉายต่อเนื่อง
ในช่วงเวลาต่อไป ภาพยนตร์อันดับ 3 และอันดับ 4 ที่เพิ่งเปิดตัวจะเป็นตัวแปรสำคัญ หากสามารถรักษาฐานผู้ชมได้ อาจทำให้ช่องว่างในตลาดลดลง แต่หากกระแสไม่ต่อเนื่อง ‘โอเดสซี’ ก็อาจยังรักษาความเป็นผู้นำต่อไป
ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่อง ‘ฮป’ ซึ่งเข้าฉายตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ยังคงติดอันดับ 10 ด้วยยอดผู้ชมสะสม 4,535,081 คน แม้ผ่านเวลามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์บางเรื่องสามารถสร้างรายได้แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จจากช่วงเปิดตัวเท่านั้น
สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย แนวโน้มสำคัญคือการแข่งขันด้านคอนเทนต์จะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดภายในประเทศอีกต่อไป ผู้ชมสามารถเข้าถึงผลงานจากหลายประเทศได้ง่ายขึ้น ทำให้คุณภาพของเรื่องราว ความเข้าใจผู้ชม และการสร้างประสบการณ์ร่วม กลายเป็นปัจจัยชี้ขาด
‘โอเดสซี’ จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงในเกาหลีใต้ แต่เป็นตัวอย่างของวิธีที่อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีสร้างความสนใจระยะยาว และเป็นกรณีศึกษาที่ผู้ประกอบการไทยสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยให้แข่งขันในตลาดสากลได้มากขึ้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น