
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
Tether ยังครองแชมป์ค่าธรรมเนียมรายสัปดาห์
ข้อมูลจาก DefiLlama ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ระบุว่า Tether ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ เก็บค่าธรรมเนียมและมีรายได้ในช่วง 7 วันล่าสุดเท่ากันที่ 117.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ลดลง 2% จาก 120.6 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อน แต่ยังเป็นโครงการที่มีค่าธรรมเนียมสูงที่สุด ส่วน Circle USDC มีค่าธรรมเนียม 40.5 ล้านดอลลาร์ และรายได้ 47.3 ล้านดอลลาร์ ลดลง 15% จากสัปดาห์ก่อน
ตัวเลขค่าธรรมเนียมหมายถึงเงินทั้งหมดที่ผู้ใช้งานจ่าย ขณะที่รายได้หมายถึงส่วนที่ตกแก่โปรโตคอลและผู้ถือโทเคน จึงไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าเท่ากัน โดย Hyperliquid Perps อยู่ในอันดับ 3 ด้วยค่าธรรมเนียม 21.6 ล้านดอลลาร์ และรายได้ 16.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6%
Lido ซึ่งให้บริการลิควิดสเตกกิงบนเครือข่ายอีเธอเรียม มีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเด่นชัดจาก 11.2 ล้านดอลลาร์ เป็น 19.8 ล้านดอลลาร์ หรือ 77% ภายในหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่รายได้อยู่ที่ 1.2 ล้านดอลลาร์ ด้าน Flashbots มีค่าธรรมเนียม 17.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% แต่ไม่มีรายได้ที่บันทึกในตัวชี้วัดนี้
โครงการอื่นใน 10 อันดับแรก ได้แก่ PumpSwap ค่าธรรมเนียม 17.2 ล้านดอลลาร์ ลดลง 14%, Polymarket US 13.6 ล้านดอลลาร์ ลดลง 39%, Titan Builder 11.3 ล้านดอลลาร์ ลดลง 35%, Aave V3 10.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28% และ Uniswap V3 จำนวน 10 ล้านดอลลาร์ ลดลง 4%
Chainflip นำกลุ่มโครงการค่าธรรมเนียมพุ่งแรง
ในกลุ่มโครงการที่มีค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 200,000 ดอลลาร์ และเติบโตเกิน 50% จากช่วง 7 วันก่อนหน้า Chainflip AMM ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายแบบกระจายศูนย์บนเครือข่าย Chainflip มีมูลค่าค่าธรรมเนียมสูงที่สุด โดยเพิ่มจาก 456,000 ดอลลาร์ เป็น 1.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 168%
PancakeSwap AMM บน BSC และอีเธอเรียมเพิ่มขึ้น 142% เป็น 1.1 ล้านดอลลาร์ ส่วน Pyth Pro ในกลุ่มบริการ Oracle บนโซลานาเป็นโครงการเข้าใหม่ด้วยค่าธรรมเนียม 1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ THORChain DEX เพิ่มขึ้น 3.5 เท่า จาก 255,000 ดอลลาร์ เป็น 906,000 ดอลลาร์
Lava โครงการให้กู้ยืมบน Arbitrum เข้าใหม่ที่ 698,000 ดอลลาร์ และ SoSoValue Indexes บน Base เพิ่มขึ้น 153% เป็น 730,000 ดอลลาร์ ส่วน KyberSwap Aggregator เพิ่มขึ้น 3.4 เท่า เป็น 326,000 ดอลลาร์, Trust Wallet Wallet เพิ่มขึ้น 3.5 เท่า เป็น 231,000 ดอลลาร์, Pendle V2 เพิ่มขึ้น 190% เป็น 210,000 ดอลลาร์ และ CommunityV3 เพิ่มขึ้น 151% เป็น 232,000 ดอลลาร์
อีเธอเรียมมีค่าธรรมเนียมรายวันสูงสุด
เมื่อแยกค่าธรรมเนียมตามบล็อกเชนที่เกิดธุรกรรมจริง และไม่นับค่าธรรมเนียมนอกเครือข่ายของผู้ออกสเตเบิลคอยน์ อีเธอเรียมมีค่าธรรมเนียมในรอบ 24 ชั่วโมงสูงสุดที่ 17 ล้านดอลลาร์ และรวม 30 วันที่ 438.4 ล้านดอลลาร์ โดยกิจกรรมล่าสุดอยู่ที่ 1.2 เท่าของค่าเฉลี่ยรายวันในช่วง 30 วัน
โซลานาตามมาด้วยค่าธรรมเนียมรายวัน 11.2 ล้านดอลลาร์ และยอด 30 วัน 380.3 ล้านดอลลาร์ แต่ความเข้มข้นล่าสุดอยู่ที่ 0.9 เท่า ส่วน Hyperliquid มีตัวเลข 7.6 ล้านดอลลาร์ และ 184.3 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ พร้อมความเข้มข้น 1.2 เท่า
Base มีค่าธรรมเนียม 24 ชั่วโมง 2.4 ล้านดอลลาร์ และความเข้มข้น 1.2 เท่า เช่นเดียวกับอีเธอเรียมและ Hyperliquid ขณะที่ Robinhood Chain มีค่าธรรมเนียมรายวัน 2.4 ล้านดอลลาร์, BNB Chain 2 ล้านดอลลาร์, Polygon 1.4 ล้านดอลลาร์ และ Tron 1.2 ล้านดอลลาร์
ผลตอบแทนสูงไม่ใช่ตัวชี้ความปลอดภัย
ในกลุ่มพูลที่มีเงินฝากอย่างน้อย 10 ล้านดอลลาร์ คู่ WBTC-USDT ของ Uniswap V3 บนอีเธอเรียมมีอัตราผลตอบแทนต่อปี 103.10% ค่าเฉลี่ย 30 วัน 30.28% และเงินฝาก 23.6 ล้านดอลลาร์ ส่วนคู่ WETH-USDT มีอัตราผลตอบแทนต่อปี 85.15% ค่าเฉลี่ย 30 วัน 52.01% และเงินฝาก 83.6 ล้านดอลลาร์
อัตราผลตอบแทนดังกล่าวเป็นเงื่อนไขที่ผู้ฝากได้รับ จึงเป็นคนละตัวชี้วัดกับค่าธรรมเนียมซึ่งสะท้อนเงินที่โปรโตคอลเก็บได้ ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมไม่ได้รับประกันความปลอดภัยหรือความยั่งยืนของโครงการ โดยเฉพาะโครงการเกิดใหม่ที่ตัวเลขอาจผันผวนสูง ข้อมูลนี้เป็นการสรุปตัวชี้วัดตลาดสาธารณะ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น