
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
มหากาพย์ที่ให้ความสำคัญกับการกลับบ้าน
“โอดิสซีย์” (Odyssey) เป็นมหากาพย์กรีกโบราณที่ตามธรรมเนียมเชื่อว่าเป็นผลงานของโฮเมอร์ เนื้อหาไม่ได้วางสงครามไว้เป็นศูนย์กลาง แต่เล่าการเอาชีวิตรอดและการเดินทางกลับอิธากาของโอดิสซิอุส หลังสงครามกรุงทรอยยุติลง
ตัวบทน่าจะก่อตัวขึ้นราวศตวรรษที่ 8 หรือ 7 ก่อนคริสตกาลในภาษากรีกแบบโฮเมอร์ และสืบทอดผ่านวัฒนธรรมมุขปาฐะมาเป็นเวลานาน นักวิชาการร่วมสมัยส่วนใหญ่มองว่า “อีเลียด” และ “โอดิสซีย์” มีพัฒนาการแยกจากกัน แม้ทั้งสองเรื่องจะผูกพันกับโลกของสงครามกรุงทรอยก็ตาม
มหากาพย์แบ่งออกเป็น 24 เล่ม แต่การแบ่งเช่นนี้น่าจะเกิดขึ้นภายหลัง ในยุคที่การเขียนยังไม่แพร่หลาย นักขับลำนำและนักท่องมหากาพย์จะนำเรื่องไปแสดงหรือขับร้องต่อหน้าผู้ฟัง ทำให้รายละเอียดของเรื่องอาจเปลี่ยนไปตามการแสดงแต่ละครั้ง
สงคราม 10 ปี ตามด้วยการพเนจรอีก 10 ปี
หลังผ่านสงครามกรุงทรอยนาน 10 ปี โอดิสซิอุสต้องใช้เวลาอีก 10 ปีเพื่อกลับบ้าน ระหว่างทางเขาสูญเสียสหายทั้งหมด ขณะที่อิธากา เพเนโลพี ภรรยาของเขาถูกเหล่าชายผู้หวังแต่งงานเข้ามารุมล้อม ส่วนเทเลมาคัส บุตรชาย ออกตามหาข่าวคราวของบิดา
การเดินทางเต็มไปด้วยเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ตั้งแต่การทำให้โพลีฟีมัสยักษ์ไซคลอปส์ตาบอด การเผชิญเวทมนตร์ของเซอร์ซี เสียงร้องของไซเรน ไปจนถึงการพบผู้ตายในแดนปรโลก อย่างไรก็ตาม อาวุธสำคัญที่สุดของโอดิสซิอุสไม่ใช่พละกำลัง แต่คือ “เมทิส” หรือปัญญาเชิงปฏิบัติ ไหวพริบ และกลอุบาย ตัวอย่างเด่นคือการหลอกโพลีฟีมัสว่าตนชื่อ “ไม่มีใคร” เพื่อเปิดทางให้หลบหนี
ถ้อยคำเปิดเรื่องกำหนดภาพวีรบุรุษ
ประโยคเปิดเรื่องเรียกร้องให้เทพีมิวส์เล่าถึงวีรบุรุษผู้เปี่ยมกลอุบาย ซึ่งเดินทางไปไกลหลังพิชิตกรุงทรอย ถ้อยคำนี้ชี้ตั้งแต่ต้นว่า ความเป็นวีรบุรุษในเรื่องไม่ได้หมายถึงความแข็งแกร่งในสนามรบเท่านั้น แต่รวมถึงความสามารถในการหาทางออกจากสถานการณ์อันยากลำบาก
เรื่องยังกล่าวถึงการที่โอดิสซิอุสเดินทางไปหลายเมืองและเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายชนชาติ การพเนจรจึงไม่ใช่เพียงการปราบสัตว์ประหลาด แต่เป็นการเผชิญหน้ากับกฎเกณฑ์และวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย
อีกตอนหนึ่ง ซุสตั้งคำถามว่าเหตุใดมนุษย์จึงกล่าวโทษเทพเจ้า ทั้งที่ความทุกข์บางอย่างเกิดจากความเขลาของมนุษย์เอง ประเด็นนี้สะท้อนชะตาของสหายโอดิสซิอุส ซึ่งฝ่าฝืนคำเตือนและกินวัวของเทพสุริยะ จนไม่อาจเดินทางกลับบ้านได้
แม้คาลิปโซ ธิดาของแอตลาส จะพยายามเหนี่ยวรั้งโอดิสซิอุสด้วยถ้อยคำหวานและชีวิตบนเกาะ แต่สิ่งที่เขาต้องการเหนือสิ่งอื่นใดคือการกลับอิธากา ความปรารถนาที่จะเห็นบ้านเกิดอีกครั้งจึงเป็นเส้นหลักที่เชื่อมเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดเรื่อง
สี่คำกรีกที่ช่วยเปิดความหมายของเรื่อง
คำว่า “νόστος” หมายถึงการกลับหรือการกลับบ้าน โอดิสซิอุสไม่ใช่นักผจญภัยที่ออกเดินทางเพื่อแสวงหาเรื่องตื่นเต้น หากเป็นผู้พยายามเดินทางจากกรุงทรอยกลับสู่อิธากา
“μῆτις” หมายถึงสติปัญญา ไหวพริบ และกลยุทธ์ โอดิสซิอุสใช้การปลอมตัว คำพูดอันกล้าหาญ และเล่ห์กลเพื่อผ่านวิกฤต จึงเป็นวีรบุรุษที่ชนะด้วยความคิดมากกว่ากล้ามเนื้อ
“ξενία” คือไมตรีและหน้าที่ในการต้อนรับระหว่างเจ้าบ้านกับแขก ซึ่งมีทั้งมิติทางสังคมและศาสนา โดยมีซุสในฐานะผู้พิทักษ์แขกและคนเดินทาง ชาวฟีเอเชียนเป็นตัวอย่างของการต้อนรับที่ดี ขณะที่โพลีฟีมัสและเหล่าผู้มาสู่ขอเพเนโลพีอยู่ในด้านตรงข้าม
ส่วน “ὕβρις” หมายถึงความโอหังเกินขอบเขตระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า หลังหนีจากโพลีฟีมัสได้แล้ว โอดิสซิอุสกลับประกาศชื่อจริงด้วยความภาคภูมิใจ ทำให้ยักษ์ตาเดียวขอให้โพไซดอนผู้เป็นบิดาแก้แค้น และส่งผลให้การกลับบ้านของเขายิ่งล่าช้า
แนวทางอ่านมหากาพย์ 24 เล่ม
โครงเรื่องใหญ่แบ่งได้เป็นสามช่วง ช่วงแรกติดตามเทเลมาคัสออกค้นหาข่าวของบิดาตามคำแนะนำของอะธีนา โดยไปพบเนสเตอร์และเมเนลาอุส ขณะเดียวกันโอดิสซิอุสยังถูกกักอยู่บนเกาะของคาลิปโซ
ช่วงกลางเริ่มเมื่อโอดิสซิอุสเดินทางถึงราชสำนักชาวฟีเอเชียน และเล่าการผจญภัยที่ผ่านมา ตั้งแต่ชาวซิโคเนส ผู้กินดอกบัว โพลีฟีมัส ถุงลมของเอโอลัส ชาวแลสทริโกเนียน เซอร์ซี ดินแดนของผู้ตาย ไซเรน สคิลลากับคาริบดิส และฝูงวัวของเทพสุริยะ ก่อนจะเดินทางถึงอิธากา
ช่วงท้ายเน้นการทดสอบผู้คนและการลงโทษเหล่าผู้มาสู่ขอ ยูเมอัส คนเลี้ยงสุกร มอบอาหารและที่พักให้ชายชราขอทานโดยไม่รู้ว่าเป็นโอดิสซิอุสปลอมตัวมา ตรงกันข้ามกับเหล่าผู้มาสู่ขอซึ่งผลาญทรัพย์สินในบ้านของเขา อีกทั้งเยาะเย้ยและทำร้ายเจ้าของบ้านที่พวกตนจำไม่ได้
สถานที่ทั้งหมดในเรื่องไม่อาจจับคู่กับแผนที่จริงได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะภูมิประเทศในเล่ม 9 ถึง 11 ซึ่งมีองค์ประกอบเชิงตำนานอยู่มาก งานศึกษาสมัยใหม่จึงมักพิจารณาเส้นทางดังกล่าวผ่านความหมายของการพเนจรและการกลับบ้าน มากกว่าจะมองเป็นบันทึกเส้นทางเดินเรืออย่างเคร่งครัด
วีรบุรุษหลังสงคราม
หัวใจของ “โอดิสซีย์” ประกอบด้วยการกลับบ้าน การพเนจร ความสัมพันธ์ระหว่างแขกกับเจ้าบ้าน ตลอดจนบททดสอบและลางบอกเหตุ ตัวละครหญิงและทาสยังมีบทบาทมากกว่างานวรรณกรรมโบราณอีกหลายเรื่อง
หาก “อีเลียด” มุ่งไปยังทหารและกษัตริย์ในสนามรบ “โอดิสซีย์” ก็หันมาสำรวจชีวิตหลังสงคราม ว่ามนุษย์จะอยู่รอด ฟื้นคืนตัวตน และกลับไปยังสถานที่ซึ่งเรียกว่าบ้านได้อย่างไร คุณลักษณะนี้ทำให้มหากาพย์เรื่องดังกล่าวได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานสำคัญที่สุดของวรรณกรรมคลาสสิกตะวันตก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น