ย้อนดู ‘Right Now, Wrong Then’ หนังรักสองเส้นทางของฮงซังซู เจ้าของเสือดาวทองคำจากโลคาร์โน

ย้อนดู ‘Right Now, Wrong Then’ หนังรักสองเส้นทางของฮงซังซู เจ้าของเสือดาวทองคำจากโลคาร์โน

รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ

ผลงานเด่นของฮงซังซูบนเวทีภาพยนตร์โลก

Right Now, Wrong Then หรือชื่อเกาหลีที่มีความหมายว่า “ตอนนี้ถูก ตอนนั้นผิด” เป็นภาพยนตร์ที่ฮงซังซูเขียนบทและกำกับ ออกฉายในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2015 ก่อนสร้างชื่อด้วยการคว้ารางวัลเสือดาวทองคำ รางวัลสูงสุดของสายประกวดนานาชาติ จากเทศกาลภาพยนตร์โลคาร์โน ครั้งที่ 68 ขณะที่จองแจยองได้รับรางวัลนักแสดงนำชายจากเวทีเดียวกัน

ตามข้อมูลของสภาภาพยนตร์เกาหลี ผลงานความยาว 120 นาทีเรื่องนี้จัดอยู่ในประเภทดราม่าและจำกัดผู้ชมเฉพาะผู้ใหญ่ ขณะที่แหล่งข้อมูลสากลจัดให้เป็นทั้งภาพยนตร์ศิลปะ โรแมนติก และดราม่า บริษัท Jeonwonsa Film เป็นผู้ผลิต ส่วน Content Panda, Jeonwonsa Film และ Next Entertainment World หรือ NEW มีชื่อเป็นผู้จัดจำหน่าย

จองแจยองรับบทฮัมชอนซู ผู้กำกับภาพยนตร์ศิลปะ ส่วนคิมมินฮีรับบทยุนฮีจอง จิตรกรสาว ร่วมด้วยนักแสดงอย่างยุนยอจอง กีจูบง ชเวฮวาจอง ยูจุนซัง ซอยองฮวา และโกอาซอง โดยภาพยนตร์ได้คะแนนเฉลี่ย 7.003 จากผู้ใช้ TMDb จำนวน 173 คน

วันเดียวกันในซูวอนที่ถูกเล่าสองครั้ง

โครงสร้างของภาพยนตร์แบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ Right Then, Wrong Now และ Right Now, Wrong Then ทั้งสองเริ่มต้นจากฮัมชอนซูเดินทางมายังเมืองซูวอนเพื่อฉายภาพยนตร์ของตนเอง แต่กลับมาถึงก่อนกำหนดหนึ่งวัน เขาจึงมีเวลาว่างและได้พบกับยุนฮีจองที่วัด

แม้ตัวละคร สถานที่ และเหตุการณ์หลักจะคล้ายกัน แต่บทสนทนา การเปิดเผยความจริง และท่าทีของทั้งคู่กลับเปลี่ยนไปในแต่ละส่วน ในเรื่องราวแรก ฮัมชอนซูสังเกตเห็นหญิงสาวบนถนน ก่อนเข้าไปทักเมื่อพบเธออีกครั้งในวัด เมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร ฮีจองจึงยอมไปดื่มกาแฟด้วย และเล่าว่าเคยทำงานเป็นนางแบบซึ่งให้รายได้ดีแต่ทำให้รู้สึกว่างเปล่า ก่อนหันมาวาดภาพ

ในการเล่าครั้งที่สอง ทั้งคู่พบกันที่วัดเช่นเดิม แต่บทสนทนาลงลึกถึงชีวิตครอบครัว ฮีจองเผยว่าเธออาศัยอยู่กับแม่ และไม่เคยพบพ่ออีกเลยหลังพ่อแม่หย่าร้างและพ่อย้ายไปกรุงโซล

คำพูดที่เปลี่ยนความสัมพันธ์

ฉากในสตูดิโอวาดภาพสะท้อนความแตกต่างของเรื่องทั้งสองอย่างชัดเจน ส่วนแรก ฮัมชอนซูเพียงเฝ้ามองฮีจองทำงาน แต่ในส่วนที่สอง เขาวิจารณ์ว่าภาพของเธอมีความมั่นใจและสมบูรณ์ ทว่าดูเหมือนวาดขึ้นเพื่อตัวเองเพียงคนเดียว และควรตัดสินใจให้กล้ากว่านี้ ฮีจองเข้าใจว่าเขากำลังดูแคลนผลงานจึงโกรธอย่างหนัก ก่อนพาเขาขึ้นไปบนดาดฟ้าและชี้ให้ดูบริเวณที่ตั้งบ้านของเธอ

ความแตกต่างสำคัญเกิดขึ้นระหว่างวงดื่มในร้านซูชิ เรื่องแรก ฮัมชอนซูสารภาพว่าชอบเธอมากกว่าเพื่อน และพยายามค้นหาแหวนในกระเป๋าขณะเมา แต่ไม่ได้บอกความจริงเรื่องครอบครัว ส่วนเรื่องที่สอง เขายอมรับตรงๆ ว่ารักและอยากแต่งงานกับเธอ ทว่าไม่อาจทำได้เพราะมีภรรยาและลูกสองคนแล้ว ฮีจองตอบว่าคงดีกว่านี้หากทั้งคู่พบกันเร็วกว่านี้ และเรียกแหวนที่เขาเก็บได้จากถนนว่าเป็นแหวนแต่งงานของคนทั้งสอง

ในทั้งสองเส้นเรื่อง ฮีจองพาเขาไปร่วมงานวันเกิดของเพื่อน แต่ผลลัพธ์กลับไม่เหมือนกัน ส่วนแรก เพื่อนของเธอเปิดเผยว่าคำชื่นชมผลงานที่ฮัมชอนซูพูดนั้นคล้ายกับถ้อยคำที่เขาเคยใช้ในการให้สัมภาษณ์หลายครั้ง พร้อมบอกว่าเขามีชื่อเสียงเรื่องผู้หญิงและแต่งงานแล้ว เมื่อเขายอมรับ ฮีจองจึงขอให้กลับไป

ส่วนที่สอง เพื่อนๆ ต้อนรับเขาอย่างเป็นมิตรและมองว่าเจ้าตัวไม่ได้เป็นอย่างข่าวลือ อย่างไรก็ตาม หลังดื่มหนัก ฮัมชอนซูกลับถอดเสื้อผ้าจนทุกคนตกใจ ฮีจองยังตัดสินใจออกจากงานไปพร้อมกับเขา ก่อนจูบแก้มเขาที่หน้าบ้านและรับปากว่าจะออกมาคุยต่อ แต่ท้ายที่สุดฮัมชอนซูต้องเลิกรอและจากไป

บทสรุปสองแบบ

เช้าวันถัดมา เรื่องแรกจบลงด้วยฮัมชอนซูที่มีอาการเมาค้าง แสดงความฉุนเฉียวและเอาแน่เอานอนไม่ได้ระหว่างการสนทนาหลังฉายภาพยนตร์ ก่อนเดินทางกลับโซล ส่วนเรื่องที่สอง การฉายผ่านไปอย่างราบรื่น ฮีจองมาพบเขาที่โรงภาพยนตร์ ทั้งคู่ต่างอวยพรให้อีกฝ่ายไปได้ดี และเธอบอกว่าจะติดตามชมภาพยนตร์ทุกเรื่องของเขาในอนาคต

ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ระหว่างสองส่วนทำให้ผู้ชมเห็นว่า ความตรงไปตรงมา น้ำเสียง และจังหวะของการตัดสินใจสามารถพาความสัมพันธ์ไปสู่ปลายทางที่ต่างกันได้ แม้เหตุการณ์จะเกิดกับคนกลุ่มเดิมภายในเวลาและสถานที่ใกล้เคียงกันก็ตาม

รางวัลและเสียงตอบรับ

นอกจากเสือดาวทองคำและรางวัลนักแสดงนำชายจากโลคาร์โนแล้ว ภาพยนตร์ยังคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และส่งให้จองแจยองได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกิฆอน ครั้งที่ 53

ในเกาหลีใต้ ผลงานเรื่องนี้ติดรายชื่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 10 เรื่องของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์เกาหลี ครั้งที่ 35 พร้อมรางวัลนักแสดงนำชายของจองแจยอง ขณะที่สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์ปูซานมอบรางวัลใหญ่ให้ภาพยนตร์ และรางวัลนักแสดงหญิงแก่คิมมินฮี จองแจยองยังได้รับรางวัลนักแสดงนำชายจาก Asia Pacific Screen Awards ครั้งที่ 9 และ Wildflower Film Awards ครั้งที่ 3 ส่วนตัวภาพยนตร์ได้รับการกล่าวถึงเป็นพิเศษในเทศกาลภาพยนตร์เกาหลีแห่งฟลอเรนซ์ ครั้งที่ 14

บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ภาพยนตร์มีคะแนนคำวิจารณ์เชิงบวก 92% จากบทวิจารณ์ 49 ชิ้น และคะแนนเฉลี่ย 7.5 จาก 10 โดยได้รับคำชมจากการนำเสนอมุมมองที่ต่างกันต่อการพบกันโดยบังเอิญ รวมถึงการสำรวจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ส่วน Metacritic ให้ 81 คะแนนจากความเห็นของนักวิจารณ์ 16 คน จัดอยู่ในระดับได้รับคำชื่นชมอย่างกว้างขวาง ต่อมาในปี 2020 หนังสือพิมพ์ The Guardian จัดให้ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในอันดับ 6 ของรายชื่อภาพยนตร์เกาหลีสมัยใหม่ระดับคลาสสิก

Source: Original Korean article - Trendy News Korea

ความคิดเห็น