
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
ชื่อของบริษัท Korea Aerospace Industries หรือ KAI กลายเป็นคำค้นหาที่พุ่งขึ้นบนกูเกิลเทรนด์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 แม้ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าเหตุใดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจึงให้ความสนใจพร้อมกันในวันดังกล่าว
ข่าวที่เผยแพร่ในช่วงเวลาเดียวกันครอบคลุมหลายความเคลื่อนไหวสำคัญ ทั้งการเข้าร่วมงานมาราเกชแอร์โชว์ในโมร็อกโกเป็นครั้งแรก เพื่อทำตลาดเครื่องบินโจมตีเบา FA-50 ในแอฟริกา การทำสัญญาสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์เคลื่อนที่สะเทินน้ำสะเทินบกของนาวิกโยธินแบบ PBL มูลค่า 114,500 ล้านวอน ระยะเวลา 5 ปี ตลอดจนการนำเสนอดาวเทียมวงโคจรต่ำสำหรับระบบ 6G ในงาน IAC 2026 และการกระจายช่องทางจัดหาสำหรับการผลิตเครื่องบินขับไล่ KF-21
จากการควบรวมยุควิกฤต IMF สู่อุตสาหกรรมการบินครบวงจร
KAI เป็นผู้ผลิตอากาศยานสำเร็จรูปและบริษัทพัฒนาอากาศยานครบวงจรรายสำคัญของเกาหลีใต้ โดยมักเรียกสั้น ๆ ว่า “คาอี” หรือ “ฮันกุกฮังกง” บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1999 ระหว่างการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีคิมแดจุง หลังวิกฤตการเงินเอเชียหรือที่ชาวเกาหลีเรียกว่า “วิกฤต IMF” และเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันกองทัพเกาหลีใต้
บริษัทเกิดจากการรวมกิจการด้านการบินของซัมซุงแอโรสเปซ แดวูเฮฟวีอินดัสทรีส์ และฮุนไดแอโรสเปซ ส่วนโคเรียนแอร์ปฏิเสธเข้าร่วมการควบรวม ต่อมา KAI เติบโตจนเป็นบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ตามข้อมูลปี 2017
ธุรกิจของ KAI ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างเครื่องบินของตนเอง แต่ยังครอบคลุมชิ้นส่วนอากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ ขีปนาวุธ จรวดส่งดาวเทียม ซอฟต์แวร์ ตลอดจนการดัดแปลง ซ่อมบำรุง และเพิ่มสมรรถนะอากาศยานของบริษัทอื่น โดยวางกลุ่มธุรกิจหลักไว้ 4 ด้าน ได้แก่ อากาศยานปีกตรึง อากาศยานปีกหมุน ธุรกิจพลเรือน และบริการสนับสนุนหลังการส่งมอบ นอกจากนี้ยังวิจัยอากาศยานล่องหนที่ทำงานได้ทั้งแบบมีนักบินและไร้นักบิน หรือ OPV รวมถึงอากาศยานโจมตีไร้นักบินล่องหน UCAV
ผลงานเด่นทั้งเครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ และดาวเทียม
อากาศยานทางทหารที่ KAI พัฒนาหรือผลิต ได้แก่ เครื่องบินฝึกขั้นต้น KT-1 Woongbi เครื่องบินควบคุมทางยุทธวิธีและโจมตีเบา KA-1 เครื่องบินฝึกขั้นสูง T-50 Golden Eagle เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนที่ Surion และอากาศยานไร้คนขับลาดตระเวน Songgolmae ซึ่งบริษัทยังรับผิดชอบการสนับสนุนและปรับปรุงสมรรถนะหลังการผลิต
KAI ยังมีส่วนในโครงการเครื่องบินขับไล่ KF-16 Block 52+ ผลิตปีกและลำตัวส่วนหน้าของ F-15K ลำตัวเฮลิคอปเตอร์ AH-64D Apache และปีกของ A-10C รวมถึงงานปรับปรุง UH-60P และ P-3C
ด้านการบินพลเรือน บริษัทรับผิดชอบโครงการ Naraon รุ่น KC-100 และ KT-100 พร้อมผลิตโครงสร้างให้เครื่องบินพาณิชย์หลายแบบ เช่น ปีก Boeing 717 โครงสร้างปีก Boeing 747 ชิ้นส่วนปีก Boeing 787 และ Airbus A350 รวมถึงลำตัวส่วน Sec 16a ของ Airbus A320 และ A321 โดย KAI เป็นหุ้นส่วนร่วมพัฒนาในโครงการ Boeing 787 ด้วย
ในธุรกิจอวกาศ บริษัทเข้าร่วมโครงการดาวเทียมอเนกประสงค์ Arirang หมายเลข 1, 2, 3, 3A และ 5 สะท้อนขอบเขตงานที่ขยายจากอากาศยานเข้าสู่เทคโนโลยีอวกาศ
T-50 จากโครงการฝึกบินสู่เครื่องบินโจมตี FA-50
T-50 มีจุดเริ่มต้นจากโครงการ KTX-2 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานพัฒนากลาโหมเกาหลีใต้ การศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาเบื้องต้นดำเนินขึ้นระหว่างปี 1992-1997 ก่อนถ่ายโอนความรับผิดชอบในขั้นพัฒนาระบบให้ภาคเอกชน โดยซัมซุงแอโรสเปซเป็นผู้ดำเนินการในช่วงแรก และ KAI เข้ามารับช่วงหลังการควบรวมสามบริษัท
กองทัพอากาศเกาหลีใต้รับภาระค่าใช้จ่ายในการพัฒนา 70% ส่วนล็อกฮีด มาร์ตินของสหรัฐฯ สนับสนุนอีก 30% ในด้านระบบควบคุมการบินและระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน โครงการพัฒนาระบบเริ่มในปี 1997 และเสร็จสิ้นเดือนมกราคม 2006
T-50 Golden Eagle เป็นเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงแบบแรกที่เกาหลีใต้พัฒนาขึ้น ทำให้ประเทศกลายเป็นชาติที่ 12 ของโลกที่นำเครื่องบินแบบของตนเองขึ้นบินเหนือเสียงได้ ตัวเครื่องมีน้ำหนักประมาณ 77% ของ F-16 จึงมีข้อจำกัดด้านสมรรถนะบางส่วน แต่ยังดัดแปลงเพื่อภารกิจโจมตีได้ ความเร็วสูงสุดอยู่ที่มัค 1.5 และแบ่งเป็น 3 รุ่นหลัก ได้แก่ เครื่องบินฝึกขั้นสูง T-50 เครื่องบินฝึกยุทธวิธีเบื้องต้น TA-50 และเครื่องบินโจมตีติดอาวุธ FA-50
เดินหน้าสู่ LAH และเครื่องบินขับไล่ KF-21
โครงการอากาศยานรุ่นใหม่ของ KAI ประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตีขนาดเบา LAH และโครงการเครื่องบินขับไล่เกาหลี KF-X ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทน F-4 และ F-5 ที่มีอายุการใช้งานสูง เครื่องบินจากโครงการนี้ ซึ่งต่อมาคือ KF-21 ถูกวางให้เป็นกำลังหลักของกองทัพอากาศเกาหลีใต้ในอนาคต นอกจากนี้ KAI ยังร่วมทีมกับล็อกฮีด มาร์ติน เพื่อเข้าประมูลโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกขั้นสูง UJTS ของกองทัพเรือสหรัฐฯ
สำนักงานใหญ่และสนามบินของ KAI ตั้งอยู่ที่ตำบลซานัม เมืองซาชอน จังหวัดคยองซังใต้ บริษัทได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากกรุงโซลมายังซาชอนในปี 2005 ขณะที่สำนักงานซาชอนของสำนักงานจัดหาอาวุธเกาหลีใต้ทำหน้าที่กำกับดูแลผลิตภัณฑ์ในพื้นที่มาตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2007 โดยรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และโครงการต่าง ๆ สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ทางการของ KAI
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น