
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
รัสเซียเดินหน้าโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง
กองทัพอากาศยูเครนรายงานเมื่อวันที่ 30 กันยายนว่า รัสเซียส่งโดรน 188 ลำ พร้อมขีปนาวุธหลายชนิด รวมถึงขีปนาวุธเซอร์คอน เข้าโจมตีพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วยูเครนในช่วงกลางคืน ส่งผลให้ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจและขีดความสามารถของกองทัพอากาศยูเครนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์มค้นหา
ก่อนหน้านั้น ระหว่างคืนวันที่ 27 ถึงเช้าวันที่ 28 กันยายน รัสเซียใช้โดรนชาเฮดและเกอร์เบรารวม 165 ลำ ในจำนวนนี้เป็นแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น 79 ลำ ขณะที่ฝ่ายยูเครนระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงตกหรือทำให้หมดประสิทธิภาพได้ 112 ลำ ภายในเวลา 07.00 น. ของวันเดียวกัน
วันที่ 29 กันยายน กองทัพอากาศยูเครนยังรายงานว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธทิ้งตัวและโดรนขับเคลื่อนด้วยไอพ่นหลายสิบลำมุ่งหน้าไปยังกรุงเคียฟ สะท้อนว่าการโจมตีด้วยอาวุธไร้คนขับและขีปนาวุธยังดำเนินต่อเนื่อง
ระหว่างการโจมตีล่าสุด วัตถุที่คาดว่าเป็นโดรนรัสเซียได้ล้ำเข้าไปในมอลโดวา ประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างยูเครนกับโรมาเนีย ก่อนตกและระเบิด โดยมอลโดวาบันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับน่านฟ้าแล้วรวม 44 ครั้งในปีนี้
เปิดภาพการสกัดกั้นด้วย F-16 และโดรน
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจคือภารกิจของนักบิน F-16 ยูเครนเมื่อวันที่ 10 กันยายน ซึ่งยิงโดรนเจรานแบบขับเคลื่อนด้วยไอพ่นตก 3 ลำในการขึ้นบินเพียงครั้งเดียว โดยใช้ปืนใหญ่อากาศขนาด 20 มิลลิเมตร ภาพจากปฏิบัติการดังกล่าวถูกเผยแพร่ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา
เมื่อวันที่ 19 กันยายน หน่วยความมั่นคงยูเครน หรือ SBU เผยแพร่วิดีโอขณะโดรนสกัดกั้นรุ่นใหม่ไล่ตามและทำลายโดรนชาเฮดแบบเครื่องยนต์ไอพ่น ซึ่งคาดว่าเป็นรุ่นเจราน-5 และบินด้วยความเร็วราว 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี นำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านเทเลแกรมด้วย
ต่อมาในวันที่ 23 กันยายน มีการเผยแพร่ภาพหน่วยป้องกันภัยทางอากาศยูเครนใช้โดรนสกัดกั้น STING FPV ไล่ทำลายโดรนพลีชีพของรัสเซียที่ผ่านการดัดแปลง คลิปดังกล่าวทำยอดรับชม 26,975 ครั้งในกลุ่มวิดีโอที่เผยแพร่ช่วง 7 วันล่าสุด ส่วนวิดีโอจากกล้องในห้องนักบินที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 กันยายน แสดงให้เห็นเปลวไฟพุ่งเข้าหาบริเวณหลังคาครอบห้องนักบินระหว่างการบินระดับต่ำ ก่อนมีการยิงอีกครั้งในเวลาต่อมา
คลิปข่าวในช่วงเวลาเดียวกันยังครอบคลุมเหตุการณ์คืนวันที่ 25 กันยายน ซึ่งรัสเซียส่งโดรน 295 ลำ ขณะที่ยูเครนใช้โดรนโจมตีหลายพื้นที่ของรัสเซีย รวมถึงการโจมตีเมื่อวันที่ 24 กันยายนด้วยโดรนรัสเซีย 282 ลำและขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 รายจากการโจมตีด้วยโดรนต่อเนื่องเป็นวันที่สามในพื้นที่กรุงเคียฟ ตลอดจนเหตุเครื่องบินขับไล่ Su-35S ของรัสเซีย 2 ลำชนกันจนมีนักบินเสียชีวิต 1 นาย และคลิปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ระบุว่า F-16 ยูเครนยิงเครื่องบินขับไล่ Su-35 ของรัสเซียตก
กองทัพอากาศยูเครนใช้ทั้งเครื่องบินโซเวียตและตะวันตก
กองทัพยูเครนแบ่งออกเป็น 5 เหล่าทัพ โดยกองทัพอากาศมีที่ตั้งกองบัญชาการอยู่ในเมืองวินนิตเซีย และได้รับการจัดตั้งขึ้นใหม่ในฐานะกองทัพอากาศของประเทศเอกราชหลังสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 ข้อมูลบนแผงข้อมูลของแพลตฟอร์มค้นหาระบุวันจัดตั้งอย่างเป็นทางการเป็นวันที่ 17 มีนาคม 1992
กองทัพอากาศยูเครนได้รับการจัดอันดับว่าเป็นกองทัพอากาศขนาดใหญ่อันดับ 27 ของโลก และอันดับ 7 ของยุโรป ปัจจุบันใช้งานทั้งเครื่องบินที่ผลิตในยุคสหภาพโซเวียต เช่น MiG-29 และเครื่องบินที่ได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตก โดยมี F-16AM/BM รุ่นปรับปรุง MLU เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ ส่วนกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศซึ่งเคยแยกเป็นอีกเหล่าทัพหนึ่ง ถูกควบรวมเข้าอยู่ใต้กองทัพอากาศในปี 2004
เหตุสัญญาณจี้เครื่องบินเป็นอีกกรณีหนึ่ง
ในวันเดียวกัน มีรายงานเหตุบนเครื่องบินโดยสารที่เกี่ยวข้องกับนักบินสัญชาติรัสเซียและยูเครน แต่กองทัพอากาศที่ส่งเครื่องขึ้นตอบสนองต่อสัญญาณจี้เครื่องบินคือกองทัพอากาศอิสราเอล ไม่ใช่กองทัพอากาศยูเครน
เครื่องบินโดยสารของสายการบินฟลายดูไบซึ่งกำลังเดินทางไปอิสราเอลส่งสัญญาณว่าถูกจี้ ก่อนลงจอดฉุกเฉินในซาอุดีอาระเบีย สายการบินยืนยันว่าเหตุวุ่นวายเกิดจากการปะทะกันทางร่างกายระหว่างนักบินภายในห้องนักบิน โดยนักบินทั้งสองมีรายงานว่าเป็นชาวรัสเซียและชาวยูเครน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของการทะเลาะวิวาท และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น