
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
จากชีวิตท่ามกลางความแตกแยก สู่เส้นทางศิลปิน
คิม ชางยอล (24 ธันวาคม 1929-5 มกราคม 2021) เป็นศิลปินร่วมสมัยคนสำคัญของเกาหลีใต้ ผู้ใช้ชีวิตและสร้างผลงานในฝรั่งเศสเป็นเวลานาน จนเป็นที่รู้จักในชื่อ “จิตรกรหยดน้ำ” ผลงานซึ่งเริ่มต้นขึ้นในสตูดิโอชานกรุงปารีสเมื่อปี 1972 กลายเป็นภาษาทางศิลปะเฉพาะตัวที่พาเขาไปจัดแสดงในหลายประเทศทั่วโลก
เขาเกิดที่อำเภอแมงซาน จังหวัดพย็องอันใต้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเกาหลีเหนือ เป็นบุตรคนโตในครอบครัวที่มีพี่น้อง 6 คน คิมเริ่มสัมผัสศิลปะจากการฝึกเขียนพู่กันกับปู่ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรวิจิตร ก่อนเรียนวาดเส้นกับน้าชายระหว่างศึกษาอยู่ที่โรงเรียนควังซอง
หลังเกาหลีหลุดพ้นจากการปกครองของญี่ปุ่น เขาเคยถูกควบคุมตัวหนึ่งสัปดาห์จากการเขียนคำว่า “แถลงการณ์” ในสมุดหลายรูปแบบ และต่อมายังถูกตามตัวจากเหตุเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่สนับสนุนคิม กู นักการเมืองฝ่ายชาตินิยม เขาจึงหลบหนีลงใต้เมื่ออายุ 16 ปี โดยต้องทิ้งโรงเรียนและครอบครัวไว้เบื้องหลัง ก่อนพบพ่อที่เดินทางลงมาก่อนแล้วในกรุงโซล และได้กลับมาพบสมาชิกครอบครัวคนอื่นโดยบังเอิญในอีก 2 ปีต่อมา
สงครามเกาหลีและการเรียนศิลปะที่สะดุดลง
คิมสอบเทียบวุฒิการศึกษาในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งแรกของเกาหลี และเข้าเรียนศิลปะกับประติมากรอี กุกจอน รวมถึงสถาบันจิตรกรรมซองบุกของอี แควแด ก่อนเข้าคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลในปี 1948 แต่การเรียนต้องยุติลงเมื่อสงครามเกาหลีปะทุในปี 1950
ระหว่างพลัดพรากจากครอบครัว เขาถูกนำตัวไปอยู่ในหน่วยทหารอาสา แต่หลบหนีระหว่างทางและซ่อนตัวอยู่ในบ้านร้างจนกรุงโซลกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายใต้ ภายหลังเขาถูกหน่วยสารวัตรทหารควบคุมตัวเพราะประวัติการอยู่ในกองกำลังดังกล่าว ก่อนชาวบ้านที่พบสมุดบันทึกของเขาจะช่วยยืนยันจนได้รับการปล่อยตัว
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเกณฑ์แรงงาน คิมสมัครเป็นนักเรียนนายร้อยของโรงเรียนตำรวจ และได้รู้จักพัค แจชิกกับชอง ซอกโม หลังสงครามสงบ เขาพยายามกลับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล แต่ถูกปฏิเสธเพราะเคยศึกษาในสถาบันของอี แควแด เขาจึงทำงานเป็นตำรวจควบคู่กับการวาดภาพด้วยตนเอง
แนวหน้าศิลปะสมัยใหม่เกาหลี
เดือนพฤษภาคม 1957 คิมร่วมกับศิลปินอีก 11 คนก่อตั้งกลุ่มที่ต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อสมาคมศิลปินสมัยใหม่เกาหลี และเปิดนิทรรศการครั้งแรกที่ศูนย์ข่าวสารสหรัฐฯ ในกรุงโซล ต่อมาพัค ซอโบเข้าร่วมกลุ่ม และนิทรรศการตั้งแต่ครั้งที่ 2 ใช้ชื่อว่า “ฮยอนแดจอน” หรือนิทรรศการศิลปะสมัยใหม่ โดยการจัดแสดงครั้งที่ 3 และ 4 ในปี 1958 ได้รับความสนใจอย่างมาก ก่อนพัฒนาไปในทิศทางของศิลปะอ็องฟอร์แมลตามกระแสโลกในขณะนั้น
ขณะทำหน้าที่ดูแลห้องสมุดของโรงเรียนตำรวจในกรุงโซล คิมติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปะนานาชาติผ่านหนังสือและรวมภาพผลงานที่นำเข้าจากญี่ปุ่น หลังแต่งงาน เขาลาออกจากตำรวจไปเป็นครูและทำงานศิลปะต่อเนื่อง กระทั่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งในศิลปินเกาหลี 4 คนที่เข้าร่วมปารีสเบียนนาเลครั้งที่ 2 เมื่อปี 1961 และทำหน้าที่คัดเลือกศิลปินสำหรับปารีสเบียนนาเลครั้งที่ 3 ในปี 1963
เขายังส่งผลงานเข้าร่วมเซาเปาโลเบียนนาเลในปี 1965 และได้รับคำแนะนำจากคิม ฮวานกีให้เป็นตัวแทนเกาหลีในงานประชุมจิตรกรเยาวชนนานาชาติที่กรุงลอนดอน ปีถัดมา คิมได้รับทุนศึกษาวิจัยจากมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์และเดินทางไปสหรัฐฯ ก่อนตัดสินใจพำนักต่อ เขาทำงานในโรงงานเนกไทและสถานที่ต่างๆ พร้อมวาดภาพเป็นเวลา 4 ปี รวมทั้งศึกษาที่อาร์ตสตูเดนต์ลีกระหว่างปี 1966-1968 จากนั้นจึงย้ายจากนิวยอร์กไปตั้งหลักในปารีส หลังได้รับความช่วยเหลือจากนัมจุน ไพค์ให้เข้าร่วมเทศกาลศิลปะอาวองการ์ดในปี 1969
หยดน้ำที่ถือกำเนิดในแสงยามเช้า
ที่เมืองปาแลโซ ชานกรุงปารีส คิมรับช่วงสตูดิโอซึ่งดัดแปลงจากคอกม้าต่อจากประติมากรหนุ่มชาวเยอรมัน ที่นั่นเขาพบมาร์ติน จิลลง ผู้เป็นภรรยา และใช้ชีวิตทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์ผลงาน จนค้นพบภาพหยดน้ำในปี 1972
คิมเคยเล่าว่า คืนหนึ่งในสตูดิโออันยากจน เขาไม่พอใจภาพที่วาดไว้ จึงพรมน้ำด้านหลังผ้าใบเพื่อเตรียมลอกสีน้ำมันกลับมาใช้ใหม่ เมื่อถึงเช้า หยดน้ำบนผ้าใบสะท้อนแสงอาทิตย์ ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกถึงความเต็มเปี่ยมของการดำรงอยู่ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของผลงานที่นิยามชีวิตศิลปินของเขา
นิทรรศการเดี่ยวในร้านเฟอร์นิเจอร์โบราณใกล้สตูดิโอถูกค้นพบโดยอแลง บอสเกต์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสของหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส “กงบา” ซึ่งนำไปเขียนเผยแพร่จนสื่ออื่นติดตามรายงาน ในปีเดียวกัน คิมเปิดตัวอย่างเต็มตัวในนิทรรศการรับเชิญซาลง เดอ เม ด้วยผลงานหยดน้ำ “Event of Night” ก่อนนำผลงานชุดนี้ไปจัดแสดงทั่วโลก และสรุปพัฒนาการศิลปะหยดน้ำตลอด 30 ปีในนิทรรศการรับเชิญที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฌูเดอโปมของฝรั่งเศสเมื่อปี 2004
จากนามธรรมเชิงกวีถึงอักษรพันตัว
ผลงานระหว่างปี 1965-1971 ซึ่งคิมเรียกว่า “นามธรรมเชิงกวี” สะท้อนอิทธิพลจากป๊อปอาร์ตและมินิมอลลิสม์ของสหรัฐฯ ผ่านการจัดวางรูปทรงซ้ำอย่างเป็นกลไกและนามธรรม โดยมีชุด “Rite” เป็นผลงานสำคัญ เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1970 เขาเริ่มวางหยดน้ำหนึ่งหยดหรือหลายหยดกระจายบนผืนผ้าใบ ดังปรากฏใน “Event of Night” ปี 1972 และ “Water Drops” ปี 1974
ในทศวรรษ 1980 คิมนำพื้นผิวหยาบของผ้ากระสอบมาใช้ ก่อนวาดหยดน้ำใสแวววาวด้วยเทคนิคสมจริงอย่างยิ่ง ทั้งที่น้ำไม่อาจเกาะเป็นหยดบนพื้นผิวเช่นนั้น ความขัดแย้งนี้ทำให้หยดน้ำในภาพสูญเสียสถานะของวัตถุจริงและกลายเป็นภาพลวงตา ช่วงหลังของทศวรรษ เขาเริ่มใส่ “ชอนจามุน” หรือตำราอักษรจีนหนึ่งพันตัวไว้บนฉากหลัง เพื่อถ่ายทอดแนวคิดปรัชญาตะวันออก เห็นได้จาก “Water Drops” ปี 1987 และ “Recurrence” ปี 1989
ในชุด “Recurrence” ช่วงทศวรรษ 1990 หยดน้ำถูกบิดเบือน เลือนหาย หรือถูกลบออก ขณะที่อักษรจีนหลากหลายขนาดปรากฏซ้ำอย่างต่อเนื่อง การกลับไปหาอักษรเหล่านี้ได้รับการตีความว่าเป็นการถ่ายทอดความคิดถึงบ้านจากชีวิตในต่างแดน ผ่านความทรงจำวัยเด็กเมื่อเขาเคยฝึกเขียนชอนจามุนอยู่ข้างปู่
เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 2000 คิมขยายการใช้สีและรูปแบบจากเดิมที่เน้นพื้นหลังสีหม่น “Bell” ปี 2003 ผสานพื้นสีฟ้าอ่อนเข้ากับอักษรจีน ส่วน “Yellow Earth” ในปีเดียวกันเลือกใช้สีเหลืองสด และใน “Meditation” ปี 2004 เขาก้าวไปสู่งานจัดวาง ด้วยการแขวนภาชนะแก้วรูปหยดน้ำขนาดใหญ่ซึ่งบรรจุน้ำไว้กับเพดานด้วยลวดโลหะ
ศิลปะที่ซ้อนทับวัตถุกับภาพลวง
คิมอธิบายว่า การใช้ชีวิตต่างแดนเป็นเวลานานทำให้เขาตั้งคำถามว่าจะวาดภาพอย่างไร ก่อนพบว่าจุดเริ่มต้นควรมาจากความแตกต่างระหว่างตัวเขากับโลกตะวันตก และคำตอบก็คือหยดน้ำหนึ่งหยด สำหรับเขา หยดน้ำนั้นเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง “ความว่าง” ในพุทธศาสนาและ “ความไม่มี” ในลัทธิเต๋า
นักวิจารณ์อี อิล มองว่าหยดน้ำโปร่งใสของคิมเป็นเทคนิคหลอกตาที่สร้างขึ้นจากแสงและเงาสมมติ ขณะที่ผืนผ้าใบซึ่งไม่ลงสีช่วยเพิ่มความรู้สึกราวกับเป็นหยดน้ำจริง ด้านอี อูฮวาน ศิลปินร่วมสมัยชาวเกาหลี ประเมินว่าผลงานของคิมนำเสนอประสบการณ์ทางสายตาแบบใหม่ด้วยการซ้อนทับกันระหว่างวัตถุกับภาพลวง
ผลงานของคิมได้รับการเก็บรักษาในสถาบันศิลปะหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยแห่งชาติเกาหลี ศูนย์ปงปิดู อัลไบรต์-น็อกซ์อาร์ตแกลเลอรี พิพิธภัณฑ์และสวนประติมากรรมเฮิร์ชฮอร์น และสถาบันศิลปะดีทรอยต์ ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ในเกาหลีใต้ ฝรั่งเศส สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เยอรมนี เบลเยียม และแคนาดา
เดือนกันยายน 2016 พิพิธภัณฑ์ศิลปะคิมชางยอลแห่งจังหวัดเชจูเปิดให้บริการบนเกาะที่เขาเคยปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ หลังกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านในย่านซองบุก กรุงโซล คิมถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2021 อายุ 91 ปี ร่างของเขาถูกฌาปนกิจที่โซลเมโมเรียลพาร์ก ก่อนนำอัฐิไปฝังใต้ต้นไม้ภายในพิพิธภัณฑ์ที่เชจู ปิดฉากชีวิตของศิลปินผู้เปลี่ยนหยดน้ำธรรมดาให้เป็นภาพแทนความทรงจำ ความว่าง และการดำรงอยู่บนเวทีศิลปะโลก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น