
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
กระแสกังวลภาวะ “เป็ดง่อย” ก่อนเวลา
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม การเมืองเกาหลีใต้เผชิญข้อถกเถียงว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง อาจเข้าสู่ภาวะ “เลมดัก” หรือภาวะผู้นำที่ยังมีอำนาจตามวาระ แต่มีอิทธิพลทางการเมืองลดลงเร็วกว่าที่ควร ท่ามกลางคะแนนนิยมรัฐบาลที่อยู่ในช่วงขาลงและความเห็นต่างภายในฝ่ายรัฐบาล
เจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปไตยรายหนึ่งยอมรับว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดียังไม่นิ่ง ขณะที่กระแสสังคมต่อพรรคไม่ได้อยู่ในทิศทางที่เป็นมิตร พร้อมชี้ถึงความขัดแย้งในหมู่ผู้สนับสนุนและความเป็นเอกภาพที่ลดลง แม้ประธานาธิบดีจะออกมาตอบโต้กระแสสังคมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยตนเองบ่อยครั้ง แต่การรับมือของพรรคดูเหมือนจะตามไม่ทันจังหวะของผู้นำประเทศ
ข้อสังเกตอีกด้านคือ กลุ่มนักการเมืองสายสนับสนุนอี แจ-มยอง หรือที่เรียกในเกาหลีใต้ว่า “ชินมยอง” ซึ่งเคยออกมาปกป้องประธานาธิบดีอย่างแข็งขัน กลับมีท่าทีเบาลงในประเด็นล่าสุด
ความขัดแย้งเรื่องปฏิรูปอัยการและการแต่งตั้ง
จุดสำคัญของความขัดแย้งอยู่ที่การยกเลิกอำนาจสอบสวนเพิ่มเติมของอัยการ ฝ่ายที่มีจุดยืนแข็งกร้าว รวมถึงชู มีแอ ผู้ว่าราชการจังหวัดคยองกี, คิม ยงมิน ส.ส.พรรคประชาธิปไตย และพัค อึนจอง ส.ส.พรรคปฏิรูปเกาหลี เรียกร้องให้ยกเลิกอำนาจดังกล่าวทั้งหมด
ด้านจอง ซองโฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นแกนนำคนสำคัญของฝ่ายสนับสนุนอี แจ-มยอง ไม่สามารถต้านแรงกดดันจากกลุ่มแข็งกร้าวได้ สุดท้ายจึงมีข้อสรุปให้ยกเลิกอำนาจสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมด
ความเห็นต่างยังลุกลามไปถึงการแต่งตั้งหัวหน้าสำนักงานสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรง หลังประธานาธิบดีเสนอชื่อคิม จียง จนเกิดกระแสคัดค้านภายในฝ่ายรัฐบาล และยิ่งทำให้มีผู้ตั้งคำถามถึงศูนย์รวมอำนาจของรัฐบาลกับความเสี่ยงต่อภาวะเลมดักก่อนเวลา
ฝ่ายค้านนิยามรัฐบาล 500 วันว่าเข้าสู่เลมดัก
อิม อีจา ประธานฝ่ายนโยบายของพรรคพลังประชาชน กล่าวระหว่างการประชุมรับมือการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมว่า ช่วง 500 วันนับตั้งแต่รัฐบาลอี แจ-มยองเข้ารับตำแหน่ง เป็นช่วงเวลาของความหยิ่งผยอง การบริหารแบบฝ่ายเดียว ความไร้ประสิทธิภาพ และความสับสน พร้อมเรียกว่าเป็น “500 วันแห่งเลมดักก่อนเวลา”
นักการเมืองฝ่ายค้านรายนี้ยกกรณีราคาห้องชุดในกรุงโซลที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 87 สัปดาห์ ปัญหาค่าเช่าและที่อยู่อาศัย รวมถึงการสำรวจที่ดินเกษตรทั่วประเทศ เป็นตัวอย่างของสิ่งที่ฝ่ายค้านมองว่าเป็นความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจและการค้า
คำว่าเลมดักแพร่ในสื่อออนไลน์
กระแสเลมดักยังขยายไปสู่เนื้อหาวิดีโอ โดยคลิปที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมและกล่าวหาว่าประธานาธิบดีอยู่ในภาวะเลมดักและถูกกดดันรอบด้าน มียอดรับชม 213,749 ครั้ง ณ วันที่ 13 ตุลาคม ส่วนคลิปที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมและใช้คำว่า “เลมดักอย่างชัดเจน” มียอดรับชม 191,057 ครั้ง
คำค้นที่เกี่ยวข้องยังครอบคลุมทั้งความหมาย ที่มา ความสัมพันธ์กับคะแนนนิยม ตลอดจนความแตกต่างระหว่าง “เลมดัก” กับ “เดดดัก” สะท้อนว่าคำศัพท์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นกรอบสำคัญในการถกเถียงสถานการณ์การเมืองเกาหลีใต้ในช่วงนี้
คำว่า “เลมดัก” มีความหมายตรงตัวว่า “เป็ดขาเจ็บ” เดิมเป็นศัพท์สแลงในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนช่วงศตวรรษที่ 18 ใช้เรียกผู้ค้าที่ย unable to meet debt obligations ก่อนจะถูกนำมาใช้ในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ ช่วงศตวรรษที่ 19 เพื่อหมายถึงผู้ดำรงตำแหน่งที่ใกล้หมดวาระและมีอิทธิพลลดลง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น