
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
สภาเกาหลีใต้ตั้งคำถามต่อห่วงโซ่อุปทานโซลาร์
การตรวจสอบการบริหารราชการประจำปีของรัฐสภาเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม กลายเป็นเวทีถกเถียงเรื่องการพึ่งพาชิ้นส่วนผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของจีน ทั้งแผงโมดูล เซลล์ และอินเวอร์เตอร์ โดยสมาชิกสภาหลายคนกังวลว่าการกระจุกตัวของแหล่งนำเข้าอาจกระทบทั้งอุตสาหกรรมภายในประเทศและความมั่นคงด้านพลังงาน
นาคยองวอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สัดส่วนโมดูลที่ผลิตในเกาหลีใต้เคยอยู่ที่ 78.4% เมื่อปี 2019 แต่ปัจจุบันโมดูลที่ใช้อยู่ 69.3% เป็นสินค้าจีน ขณะที่เซลล์แสงอาทิตย์จากจีนมีสัดส่วนสูงถึง 96.08% พร้อมยกกรณีการลดกำลังคนในโรงงานฮันวา คิวเซลส์ที่เมืองอึมซอง เป็นสัญญาณว่าความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเกาหลีใต้กำลังอ่อนแอลง
ประเด็นดังกล่าวยังนำไปสู่คำถามเรื่องประสิทธิผลของมาตรการอุดหนุน แม้รัฐบาลพยายามส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ แต่ผู้ตั้งคำถามระบุว่าโครงการในพื้นที่จริงยังคงติดตั้งผลิตภัณฑ์จากจีน
ราคาจีนต่ำกว่า 20–30% กดดันผู้ผลิตเกาหลี
รัฐมนตรีคิมยอมรับว่า โมดูลจากจีนมีราคาต่ำกว่าสินค้าเกาหลีใต้ราว 20–30% ทำให้โครงการที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนมีแรงจูงใจสูงที่จะเลือกใช้อุปกรณ์จีน ส่วนโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ทางการยังคงส่งเสริมและแนะนำให้ใช้เซลล์และโมดูลที่ผลิตในประเทศ
สำหรับสถานการณ์ของฮันวา คิวเซลส์ รัฐมนตรีระบุว่าบริษัทเริ่มกลับมารับพนักงานใหม่แล้ว พร้อมกล่าวโทษนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนที่มุ่งผลักดันพลังงานนิวเคลียร์และลดความสำคัญของพลังงานหมุนเวียน จนผู้ผลิตโมดูลภายในประเทศซึ่งเคยมีส่วนแบ่งตลาดระดับหนึ่งสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปมาก
ขยายวงสู่ความปลอดภัยของอินเวอร์เตอร์
การอภิปรายยังครอบคลุมอินเวอร์เตอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับแปลงกระแสไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ อีจงแบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ไมโครอินเวอร์เตอร์สำหรับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับมาตรฐาน KS ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเป็นสินค้าจีนทั้งหมด ขณะที่อินเวอร์เตอร์ทั่วไปจากจีนมีสัดส่วนมากกว่า 60%
ข้อกังวลสำคัญอยู่ที่อุปกรณ์สื่อสารภายในอินเวอร์เตอร์ ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงพลังงาน โดยมีการเปรียบเทียบว่าสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปจำกัดการนำเข้าอุปกรณ์โซลาร์จากจีนด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยในการสื่อสาร แต่ในเกาหลีใต้ อุปกรณ์เหล่านี้ยังได้รับมาตรฐาน KS และเข้าถึงเงินอุดหนุนจากรัฐบาล
ยุนแจอ๊ก สมาชิกพรรคพลังประชาชน อ้างข้อมูลของสำนักงานพลังงานเกาหลีว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2026 สินค้าจีนมีสัดส่วน 95.6% ในตลาดอินเวอร์เตอร์โซลาร์ของเกาหลีใต้ และ 79.2% ในตลาดโมดูล รัฐมนตรีคิมยอมรับว่าเกาหลีใต้ไม่ได้ลงทุนในอุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจังเพียงพอ จนตลาดไหลไปอยู่กับจีน พร้อมระบุว่ารัฐบาลกำลังเร่งผลักดันการผลิตอินเวอร์เตอร์ภายในประเทศ
กระแสค้นหาเชื่อมโยงแนวคิดใช้พื้นที่เกษตรผลิตไฟฟ้า
คำว่า “การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” กลายเป็นคำค้นหาที่ได้รับความสนใจในวันที่ 6 ตุลาคม นอกจากการตรวจสอบในรัฐสภาแล้ว วันเดียวกันประธานาธิบดีอีแจมยองยังเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาการใช้พื้นที่เกษตรสำหรับผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อย่างจริงจัง
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวว่า การติดตั้งแผงโซลาร์บนพื้นที่เกษตรที่ไม่ได้ใช้งานอาจสร้างรายได้มากกว่าการทำเกษตรแบบดั้งเดิม และหากมีโครงข่ายส่งไฟฟ้ารองรับ ประชาชนอาจดำรงชีพด้วยการทำ “เกษตรโซลาร์” ได้ อย่างไรก็ตาม ฮันดงฮุนออกมาคัดค้านผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยเห็นว่านโยบายดังกล่าวขัดกับหลักการที่กำหนดให้ผู้ถือครองที่ดินเกษตรต้องเป็นผู้ทำการเกษตรเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น