
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
Tether ครองรายได้ค่าธรรมเนียม ส่วนตลาดอนุพันธ์เร่งตัว
ข้อมูลรายสัปดาห์จาก DefiLlama ณ วันที่ 25 กันยายน 2026 ระบุว่า Tether ผู้ออกสเตเบิลคอยน์มีค่าธรรมเนียมและรายได้ในช่วง 7 วันเท่ากันที่ 120.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดในตาราง และเพิ่มขึ้น 2% จาก 117.8 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อน ขณะที่ Circle USDC ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยค่าธรรมเนียมและรายได้ 49.3 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3%
ในที่นี้ “ค่าธรรมเนียม” หมายถึงเงินทั้งหมดที่ผู้ใช้งานจ่าย ส่วน “รายได้” คือส่วนที่ตกแก่โปรโตคอลและผู้ถือโทเคน จึงอาจมีตัวเลขแตกต่างกันมากในแต่ละโครงการ ตัวอย่างเช่น PumpSwap กระดานซื้อขายแบบกระจายศูนย์บน Solana เก็บค่าธรรมเนียมได้ 24.1 ล้านดอลลาร์ แต่มีรายได้ 3.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Uniswap V4 มีค่าธรรมเนียม 21.4 ล้านดอลลาร์ ลดลง 17% และบันทึกรายได้เป็นศูนย์
Hyperliquid Perps ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อนุพันธ์บน Hyperliquid L1 มีค่าธรรมเนียม 21.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 49% จาก 14.2 ล้านดอลลาร์ในช่วง 7 วันก่อนหน้า นับเป็นอัตราเพิ่มสูงสุดในกลุ่มผู้นำ และมีรายได้ 16.6 ล้านดอลลาร์ ส่วน Axiom แอปซื้อขายบน Solana และ BNB Smart Chain มีค่าธรรมเนียม 14.7 ล้านดอลลาร์ รายได้ 8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26%
โครงการอื่นใน 10 อันดับแรกประกอบด้วย Pons V2 บน Robinhood Chain ที่มีค่าธรรมเนียม 17.8 ล้านดอลลาร์ ลดลง 45%, Polymarket US จำนวน 15.5 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15%, Uniswap V3 จำนวน 13 ล้านดอลลาร์ ลดลง 8% และ Lido จำนวน 12.3 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7%
Aethir เข้าสู่ตารางครั้งแรก โครงการขนาดเล็กผันผวนแรง
Aethir ซึ่งอยู่ในกลุ่มเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาบน Arbitrum เป็นโครงการเข้าใหม่ที่มีค่าธรรมเนียมสูงสุดในกลุ่มเติบโตแรง โดยเพิ่มจากศูนย์เป็น 2.8 ล้านดอลลาร์ในช่วง 7 วันล่าสุด ตามด้วย D2 Finance บน Arbitrum และ Ethereum ซึ่งเพิ่มจากศูนย์เป็น 387,000 ดอลลาร์ และ Phygitals โครงการการ์ดสะสมเชิงกายภาพบน Solana ซึ่งขยับจากติดลบ 6,330 ดอลลาร์เป็น 308,000 ดอลลาร์
Unlock Protocol โครงการชำระเงินบน OP Mainnet และ Gnosis เพิ่มจาก 192 ดอลลาร์เป็น 1.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 5,960 เท่า ขณะที่ TokenWorks ซึ่งทำกลยุทธ์ NFT อัตโนมัติบน Ethereum เพิ่มจาก 55,000 ดอลลาร์เป็น 1.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 27.6 เท่า ส่วน XOX Perps เพิ่ม 39.6 เท่าเป็น 319,000 ดอลลาร์
โครงการที่ขยายตัวเด่นรายอื่น ได้แก่ Symbiotic เพิ่ม 6.1 เท่าเป็น 301,000 ดอลลาร์, Midas RWA เพิ่ม 4.4 เท่าเป็น 1 ล้านดอลลาร์, Rhea Dex เพิ่ม 4.2 เท่าเป็น 308,000 ดอลลาร์ และ Pharaoh DLMM เพิ่ม 3.4 เท่าเป็น 339,000 ดอลลาร์ เกณฑ์ของรายชื่อกลุ่มนี้กำหนดให้มีค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 200,000 ดอลลาร์และเติบโตมากกว่า 50% เพื่อจำกัดผลจากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำเกินไป
Solana นำมูลค่ารายวัน แต่ Arbitrum มีความเข้มข้นสูงสุด
เมื่อแยกค่าธรรมเนียมตามบล็อกเชนที่เกิดธุรกรรมจริง และไม่นับค่าธรรมเนียมนอกเชนของผู้ออกสเตเบิลคอยน์ Solana อยู่ในอันดับแรกด้วยค่าธรรมเนียม 18.3 ล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมง และ 471.2 ล้านดอลลาร์ในรอบ 30 วัน มีค่าความเข้มข้นของกิจกรรมล่าสุด 1.2 เท่า ส่วน Ethereum อยู่ที่ 17.3 ล้านดอลลาร์และ 347.2 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ มีความเข้มข้น 1.5 เท่า
Hyperliquid มีค่าธรรมเนียม 7.1 ล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมง และ 170.3 ล้านดอลลาร์ในรอบ 30 วัน ขณะที่ Robinhood Chain อยู่ที่ 5.8 ล้านดอลลาร์และ 439.3 ล้านดอลลาร์ แต่มีความเข้มข้นล่าสุดเพียง 0.4 เท่า
Arbitrum มีค่าธรรมเนียมรายวัน 3.3 ล้านดอลลาร์และยอด 30 วัน 17.4 ล้านดอลลาร์ แม้มีขนาดต่ำกว่าผู้นำ แต่ค่าความเข้มข้น 5.8 เท่าสูงที่สุดในตาราง สะท้อนว่ากิจกรรมล่าสุดกระจุกตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วน BNB Chain มีความเข้มข้น 0.9 เท่า, Base 0.8 เท่า และ Canton 0.9 เท่า
ผลตอบแทนของพูลเป็นคนละตัวชี้วัดกับรายได้โปรโตคอล
สำหรับพูลที่มีเงินฝากอย่างน้อย 10 ล้านดอลลาร์ Uniswap V3 คู่ WETH-USDT บน Ethereum มีอัตราผลตอบแทนต่อปี 62.70% สูงสุดในรายการ ตามด้วย Uniswap V4 คู่ ETH-USDT ที่ 57.83%, คู่ ETH-LINK ที่ 56.44%, Uniswap V3 คู่ LINK-WETH ที่ 41.32% และ Raydium AMM คู่ WSOL-USDC บน Solana ที่ 39.60%
ตัวเลขผลตอบแทนต่อปีคือเงื่อนไขที่ผู้ฝากได้รับ จึงไม่ควรนำไปเทียบโดยตรงกับค่าธรรมเนียมที่โปรโตคอลจัดเก็บ การคำนวณต้นทุนก๊าซของเครือข่าย EVM ในข้อมูลนี้ตั้งสมมติฐานว่าฝากและถอนอย่างละหนึ่งครั้ง รวม 400,000 gas และถือครองหนึ่งปีโดยไม่ทบต้น
การเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมไม่ได้ยืนยันความปลอดภัยหรือความยั่งยืนของโครงการ โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงมากจากฐานเดิมต่ำ ข้อมูลดังกล่าวเป็นการสรุปตัวชี้วัดตลาดจากข้อมูลสาธารณะ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น