เกาหลีใต้และเอเชียกลางเปิดบทใหม่ความร่วมมือ ‘ปฏิญญาโซล’ สู่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและความมั่นคง

เกาหลีใต้และเอเชียกลางเปิดบทใหม่ความร่วมมือ ‘ปฏิญญาโซล’ สู่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและความมั่นคง

รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ

เกาหลีใต้จับมือ 5 ประเทศเอเชียกลางประกาศ ‘ปฏิญญาโซล’ วางกรอบความร่วมมือระยะยาว

เกาหลีใต้และ 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียกลางได้เห็นพ้องร่วมกันจัดทำ “ปฏิญญาโซล” หลังการประชุมสุดยอดเกาหลีใต้-เอเชียกลางครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโซล โดยเอกสารดังกล่าวถือเป็นกรอบความร่วมมือร่วมกันในหลายด้าน ทั้งการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน

การประชุมครั้งนี้มีประธานาธิบดีอีแจมยองของเกาหลีใต้ และผู้นำจาก 5 ประเทศเอเชียกลาง ได้แก่ ชาฟคัต มีร์ซิโยเยฟ ประธานาธิบดีอุซเบกิสถาน, เอโมมาลี ราห์มอน ประธานาธิบดีทาจิกิสถาน, คาซิม-โจมาร์ต โตกาเยฟ ประธานาธิบดีคาซัคสถาน, ซาดีร์ จาปารอฟ ประธานาธิบดีคีร์กีซสถาน และเซอร์ดาร์ เบร์ดิมูฮาเมดอฟ ประธานาธิบดีเติร์กเมนิสถาน เข้าร่วม

ปฏิญญาฉบับนี้สะท้อนความพยายามของเกาหลีใต้ในการขยายความสัมพันธ์กับภูมิภาคยูเรเชีย หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับเอเชียกลางพัฒนาต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี โดยมีเป้าหมายสร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่ในช่วงเวลาที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนแปลง

4 เสาหลักของความร่วมมือ ตั้งแต่สันติภาพจนถึงนวัตกรรม

เนื้อหาของปฏิญญาโซลแบ่งแนวทางความร่วมมือออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างระบบหุ้นส่วนที่เป็นรูปธรรม การเดินหน้าสู่สันติภาพและเสถียรภาพ การสร้างอนาคตผ่านนวัตกรรมและความรุ่งเรือง รวมถึงการเชื่อมโยงผ่านผู้คนและความไว้วางใจ

หนึ่งในสาระสำคัญคือการทำให้การประชุมสุดยอดระหว่างเกาหลีใต้และเอเชียกลางกลายเป็นกลไกถาวร โดยผู้นำเห็นพ้องให้จัดการประชุมทุก 2 ปี และใช้เวทีความร่วมมือระดับรัฐมนตรีเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน การประชุมครั้งที่ 2 มีกำหนดจัดขึ้นที่คาซัคสถานในปี 2028

แนวทางดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับความร่วมมือระหว่างประเทศหลายรูปแบบที่ใช้การประชุมระดับผู้นำเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนต่อยอดผ่านคณะทำงานเฉพาะด้าน เพื่อให้ข้อตกลงสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ประเด็นความมั่นคงและนโยบายปลอดนิวเคลียร์ในภูมิภาค

ด้านความมั่นคง ปฏิญญาโซลระบุถึงการยืนยันเป้าหมายเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์บนคาบสมุทรเกาหลี และการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน โดยประเทศที่เข้าร่วมแสดงการสนับสนุนความพยายามของเกาหลีใต้ในการลดความตึงเครียดและสร้างเงื่อนไขสำหรับการพูดคุยระหว่างสองเกาหลี

นอกจากนี้ เอกสารยังกล่าวถึงความสำคัญของเขตปลอดนิวเคลียร์ในเอเชียกลาง ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศ และมีบทบาทต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค

สำหรับผู้ติดตามการเมืองระหว่างประเทศในเอเชีย ประเด็นนี้สะท้อนว่าความร่วมมือของเกาหลีใต้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเศรษฐกิจและการค้า แต่ยังเชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงในยุโรปและเอเชียกลาง

ทรัพยากรสำคัญและโอกาสธุรกิจ เมื่อเกาหลีใต้แสวงหาความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทาน

ในด้านเศรษฐกิจ ปฏิญญาโซลให้ความสำคัญกับการสร้างช่องทางสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยแต่ละประเทศในเอเชียกลางจะมีหน่วยงานเฉพาะสำหรับประสานงานกับบริษัทเกาหลีใต้ เพื่อช่วยลดอุปสรรคด้านขั้นตอนการค้า ส่งเสริมการลงทุน และปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

ความร่วมมือด้านทรัพยากรแร่สำคัญ หรือ “Critical Minerals” เป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากแร่เหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

สำหรับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่แต่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจำนวนมาก การสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านทรัพยากรถือเป็นหนึ่งในแนวทางลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก

นอกจากทรัพยากรแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังให้ความสำคัญกับโครงการเมือง การผลิต และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทเกาหลีใต้มีประสบการณ์จากการพัฒนาอุตสาหกรรมและเมืองอัจฉริยะ

ความหมายต่อประเทศไทย: โอกาสเรียนรู้จากยุทธศาสตร์เกาหลีใต้ในภูมิภาคใหม่

สำหรับประเทศไทย การขยายความร่วมมือของเกาหลีใต้กับเอเชียกลางเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของแนวทางการทูตเศรษฐกิจที่กรุงโซลใช้เพื่อสร้างเครือข่ายใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศให้ความสำคัญกับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน

ไทยมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมกับเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการลงทุน การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมบันเทิง และกระแสฮันรยู โดยผู้บริโภคไทยคุ้นเคยกับแบรนด์เกาหลี อาหารเกาหลี ซีรีส์เกาหลี และศิลปิน K-pop ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์เกาหลีใต้ในระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ประเด็นของเอเชียกลางสะท้อนแนวโน้มที่เกาหลีใต้กำลังมองหาพันธมิตรในพื้นที่ใหม่ นอกเหนือจากตลาดหลักในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำหรับไทยในการพิจารณาบทบาทของตนเองในเศรษฐกิจภูมิภาคที่เชื่อมโยงมากขึ้น

ในมุมของภาคธุรกิจไทย ความร่วมมือระหว่างเกาหลีใต้กับประเทศเอเชียกลางอาจเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับบริษัทที่ติดตามโอกาสด้านโลจิสติกส์ พลังงาน เทคโนโลยี และการค้าระหว่างภูมิภาค แม้ปฏิญญาฉบับนี้ยังไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

จาก ‘มิตรภาพ 30 ปี’ สู่ยุคใหม่ของความสัมพันธ์ยูเรเชีย

ฝ่ายเกาหลีใต้มองว่าการประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระยะใหม่กับเอเชียกลาง โดยย้ำว่าความร่วมมือในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างพื้นฐานด้านความไว้วางใจ และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนที่มีโครงสร้างชัดเจนมากขึ้น

ภูมิภาคเอเชียกลางกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากหลายประเทศ เนื่องจากมีบทบาทด้านทรัพยากร พื้นที่เชื่อมโยงทางการค้า และตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ระหว่างยุโรปกับเอเชีย การที่เกาหลีใต้สร้างกลไกความร่วมมือถาวรจึงสะท้อนการปรับตัวต่อภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก

สำหรับประชาชนทั่วไป ความร่วมมือระดับรัฐบาลอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในระยะยาวอาจเกี่ยวข้องกับสินค้า เทคโนโลยี การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากเครือข่ายระหว่างประเทศ

ปฏิญญาโซลจึงไม่ได้เป็นเพียงเอกสารทางการทูต แต่เป็นสัญญาณถึงทิศทางใหม่ของเกาหลีใต้ในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและความร่วมมือกับภูมิภาคยูเรเชีย ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย รวมถึงไทย ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Source: Original Korean article - Trendy News Korea

ความคิดเห็น