จับตาเกาหลีใต้เปิดโปงเครือข่ายสินค้าปลอมจีน ปลอมแบรนด์เครื่องสำอาง-อาหารเสริมมูลค่า 45 ล้านบาท ท่ามกลางกระแส K-Beauty

จับตาเกาหลีใต้เปิดโปงเครือข่ายสินค้าปลอมจีน ปลอมแบรนด์เครื่องสำอาง-อาหารเสริมมูลค่า 45 ล้านบาท ท่ามกลางกระแส K-Beauty

รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ

เกาหลีใต้เปิดคดีสินค้าปลอม รับแรงกระเพื่อมจากความนิยม K-Beauty

กระแสความนิยมเครื่องสำอางเกาหลี หรือ K-Beauty ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตลาดสินค้าความงามของเกาหลีใต้ขยายตัวไปทั่วโลก แต่ขณะเดียวกันความนิยมดังกล่าวก็สร้างช่องว่างให้สินค้าปลอมเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ล่าสุดทางการเกาหลีใต้เปิดเผยการตรวจสอบเครือข่ายนำเข้าสินค้าปลอมจากจีน ซึ่งมีทั้งเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกทำให้ดูเหมือนสินค้าแท้

สำนักงานความปลอดภัยอาหารและยาเกาหลีใต้ หรือ MFDS เปิดเผยว่า ได้ส่งตัวนายหน้าชาวเกาหลีใต้รายหนึ่งให้ดำเนินคดี หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าปลอมและจัดจำหน่ายภายในประเทศ โดยการตรวจสอบเริ่มต้นจากการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับสินค้าที่มีความผิดปกติบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบโอเพ่นมาร์เก็ต

เจ้าหน้าที่พบว่าสินค้าหลายรายการมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์แท้ ทั้งวัสดุบรรจุภัณฑ์ เครื่องหมายรับรอง รายละเอียดคำอธิบายสินค้า รวมถึงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ โดยมีการร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านอาหาร ยา และทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อตรวจสอบเส้นทางการนำเข้า

คดีนี้สะท้อนให้เห็นอีกด้านของการเติบโตของฮันรยู หรือกระแสวัฒนธรรมเกาหลี ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเพลง K-Pop และซีรีส์เกาหลี แต่ยังขยายไปถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ ความงาม และสุขภาพ ซึ่งกลายเป็นตลาดสำคัญที่มีผู้บริโภคทั่วโลกติดตาม

สินค้าปลอม 61 ประเภท ถูกขายออกสู่ตลาดกว่า 45 ล้านบาท

จากการสอบสวนพบว่า สินค้าปลอมถูกนำเข้ามาจำหน่ายในช่วงประมาณเดือนตุลาคม 2024 จนถึงเดือนพฤศจิกายนปีถัดมา รวมระยะเวลาประมาณ 1 ปี โดยมีสินค้าปลอมทั้งหมด 61 ประเภท มูลค่าการจำหน่ายประมาณ 45 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ระบุว่า สินค้าปลอมที่นำเข้ามีจำนวน 100,984 ชิ้น โดยในจำนวนนี้มีประมาณ 82,860 ชิ้นที่ถูกส่งต่อเข้าสู่ตลาดแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดคืนได้ 18,124 ชิ้น

ภายในคลังสินค้าที่จังหวัดชุงช็องเหนือ พบสินค้าปลอมอีก 87 ประเภท มูลค่าประเมินประมาณ 13 ล้านบาท โดยคลังดังกล่าวมีขนาดประมาณ 1,000 ตารางเมตร และถูกใช้เป็นพื้นที่จัดเก็บสินค้าก่อนกระจายไปยังผู้ซื้อ

สินค้าที่ถูกปลอมแปลงมีทั้งแบรนด์ความงามที่ผู้บริโภคคุ้นเคย เช่น ผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าเป็นของแบรนด์เกาหลีและแบรนด์ต่างประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยพบสินค้าที่แอบอ้างชื่อแบรนด์ เช่น กาฮี (KAHI) โชซอนมีนยอ (Beauty of Joseon) เซลลาดิกซ์ (Celladix) ลังโคม (Lancôme) และเอสเต ลอเดอร์ (Estée Lauder)

สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พบสินค้าที่อ้างชื่อแบรนด์เกาหลี เช่น โครยออึนดัน (Korea Eundan) และเดนพ์ส (Denps) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคมักเลือกซื้อจากความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและส่วนผสม

ปัญหาสำคัญคือความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงการละเมิดแบรนด์

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ระบุว่า การตรวจสอบไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องการละเมิดเครื่องหมายการค้าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากสินค้าประเภทเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับร่างกายโดยตรง

ผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์บางส่วนพบว่าไม่มีสารออกฤทธิ์หรือส่วนประกอบสำคัญตามที่ควรมี เช่น สารที่เกี่ยวข้องกับการทำให้ผิวกระจ่างใส หรือจุลินทรีย์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทโพรไบโอติก เจ้าหน้าที่ระบุว่าสินค้าเหล่านี้ไม่ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพในขั้นตอนการผลิต

แม้จะยังไม่พบสารอันตรายในสินค้าปลอมที่ตรวจสอบ แต่หน่วยงานเกาหลีใต้เตือนว่าผู้บริโภคไม่สามารถรับประกันประสิทธิภาพหรือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ เนื่องจากไม่ทราบแหล่งผลิตและกระบวนการผลิตที่แท้จริง

นอกจากเครื่องสำอางและอาหารเสริมแล้ว ยังพบสินค้าประเภทอื่น เช่น รองเท้า กระเป๋ากอล์ฟ ยาสีฟัน ไส้กรองเครื่องกรองน้ำ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดเครื่องหมายการค้า

กรณีนี้จึงเป็นตัวอย่างของปัญหาสินค้าปลอมในยุคการค้าออนไลน์ ซึ่งผู้บริโภคอาจตัดสินใจซื้อจากภาพลักษณ์ ราคา หรือรีวิวออนไลน์ โดยไม่ได้สามารถตรวจสอบเส้นทางของสินค้าได้อย่างเต็มที่

ผลกระทบต่อประเทศไทย: ตลาด K-Beauty ไทยต้องเพิ่มความระมัดระวัง

สำหรับประเทศไทย ข่าวการตรวจพบสินค้าปลอมในเกาหลีใต้มีความเกี่ยวข้องกับตลาดไทยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเครื่องสำอางเกาหลีเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าความงามต่างประเทศที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคไทยมายาวนาน ตั้งแต่ครีมบำรุงผิว เครื่องสำอาง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ผู้บริโภคไทยจำนวนมากติดตามเทรนด์จากซีรีส์เกาหลี ศิลปิน K-Pop และอินฟลูเอนเซอร์เกาหลี ทำให้แบรนด์ความงามจากเกาหลีสามารถสร้างความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมกับตลาดไทยได้อย่างรวดเร็ว ปรากฏการณ์นี้มีลักษณะคล้ายกับการที่แฟนคลับซื้อสินค้าเกี่ยวข้องกับศิลปินหรือซีรีส์ที่ตนเองชื่นชอบ เพราะมองว่าสินค้าเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์เกาหลี

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์จำเป็นต้องพิจารณามากกว่าราคา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผิวหนังและสุขภาพ ผู้บริโภคไทยอาจต้องให้ความสำคัญกับแหล่งจำหน่ายที่ตรวจสอบได้ เลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ และข้อมูลผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ

สำหรับบริษัทไทยที่นำเข้าสินค้าความงามเกาหลี เหตุการณ์นี้อาจเป็นประเด็นให้ต้องเพิ่มระบบตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นทางการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเป็นปัจจัยสำคัญของตลาดความงาม

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่เปิดเผยในคดีนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีสินค้ากลุ่มดังกล่าวถูกส่งเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง ดังนั้นผลกระทบต่อตลาดไทยควรมองในฐานะบทเรียนด้านการป้องกันสินค้าปลอม มากกว่าการสรุปว่าตลาดไทยได้รับผลกระทบจากเครือข่ายเดียวกัน

บทเรียนจากเกาหลีใต้ เมื่อฮันรยูเติบโตพร้อมความท้าทายใหม่

การเติบโตของวัฒนธรรมเกาหลีในระดับโลกทำให้สินค้าจากเกาหลีได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้ชื่อเสียงของแบรนด์เกาหลีเป็นเป้าหมายของผู้ผลิตสินค้าปลอม

ในอดีต กระแสฮันรยูมักถูกพูดถึงผ่านความสำเร็จของศิลปินอย่างวง K-Pop ซีรีส์ยอดนิยม หรือภาพยนตร์เกาหลี แต่ปัจจุบันอิทธิพลของเกาหลีได้ขยายเข้าสู่ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แฟชั่น อาหาร เครื่องสำอาง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพ

เมื่อสินค้าจากเกาหลีไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่กลายเป็นตัวแทนของภาพลักษณ์และวัฒนธรรม การรักษาความน่าเชื่อถือของแบรนด์จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญ ทั้งสำหรับภาครัฐ บริษัท และแพลตฟอร์มดิจิทัล

กรณีนี้ยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจออนไลน์ในเอเชีย ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าจากต่างประเทศได้ง่ายขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญความเสี่ยงจากผู้ขายที่ใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อปกปิดแหล่งที่มา

มาตรการตรวจสอบและทิศทางตลาดความงามเอเชียในอนาคต

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในข้อหาละเมิดเครื่องหมายการค้าและเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าปลอม โดยพบสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดเครื่องหมายการค้าประมาณ 4,000 รายการ รวมถึงสินค้าเลียนแบบแบรนด์กีฬา อุปกรณ์กอล์ฟ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ รายได้จากการกระทำผิดประมาณ 13 ล้านบาทถูกดำเนินการเรียกคืนตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องสงสัยมีบทบาทในการรับสินค้า จัดเก็บ และดำเนินการจัดส่งให้ผู้ซื้อ

สำหรับตลาดเอเชียที่เชื่อมโยงกันผ่านอีคอมเมิร์ซ การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ แพลตฟอร์มออนไลน์ และผู้ประกอบการ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดปัญหาสินค้าปลอม

ขณะที่ผู้บริโภคเองก็มีบทบาทในการตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อ เพราะความนิยมของ K-Beauty และสินค้าฮันรยูในอนาคตจะไม่ได้วัดเพียงจากความสามารถในการสร้างกระแส แต่ยังขึ้นอยู่กับความไว้วางใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า

Source: Original Korean article - Trendy News Korea

ความคิดเห็น