
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
ยิงจากเมืองวอนซาน ระยะทางต่างกัน
เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้ 2 ลูกจากพื้นที่เมืองวอนซานไปยังทะเลตะวันออกเมื่อวันที่ 20 กันยายน โดยการยิงทั้งสองครั้งห่างกันเกือบ 3 ชั่วโมง
คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ระบุว่า ตรวจพบการยิงลูกแรกเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ขีปนาวุธเดินทางราว 450 กิโลเมตร ส่วนลูกที่สองถูกยิงจากพื้นที่เดียวกันเมื่อเวลาประมาณ 17.50 น. และมีระยะเดินทางมากกว่า 600 กิโลเมตร
ขีปนาวุธทั้งสองลูกคาดว่าอยู่ในตระกูลฮวาซอง-11 และอาจเป็นการปรับระยะยิงของขีปนาวุธแบบเดียวกัน ตระกูลดังกล่าวครอบคลุมทั้งฮวาซอง-11กา หรือ KN-23 ซึ่งมักถูกเรียกว่า “อิสกันเดอร์ฉบับเกาหลีเหนือ” และฮวาซอง-11นา หรือ KN-24 ที่ได้รับฉายาว่า “เอแทคคัมส์ฉบับเกาหลีเหนือ”
เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นแลกเปลี่ยนข้อมูล
กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลมาตั้งแต่ช่วงแรกของการยิง พร้อมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับขีปนาวุธกับญี่ปุ่น ขณะที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ อยู่ระหว่างวิเคราะห์รายละเอียดทางเทคนิคอย่างละเอียด
สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า วัตถุที่คาดว่าเป็นขีปนาวุธทิ้งตัวตกนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ หรือ EEZ ของญี่ปุ่น ด้านกองทัพเกาหลีใต้ยืนยันว่าจะเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิดภายใต้ระบบป้องกันร่วมกับสหรัฐฯ และรักษาความพร้อมรับมือการยั่วยุทุกรูปแบบ
การยิงครั้งที่ 14 ของปี
เหตุการณ์นี้นับเป็นการยิงขีปนาวุธทิ้งตัวครั้งที่ 14 ของเกาหลีเหนือในปีนี้ และเกิดขึ้นหลังการยิงครั้งก่อนเพียง 8 วัน ท่ามกลางช่วงเวลาก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติและการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีน
เกาหลีเหนือประกาศแผนพัฒนากลาโหมระยะ 5 ปีฉบับใหม่ในการประชุมพรรค พร้อมระบุว่าจะเพิ่มการประจำการ “ระบบขีปนาวุธยุทธการและยุทธวิธี” สำหรับการยับยั้งเกาหลีใต้ การยิงล่าสุดจึงถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยกระดับกำลังรบแบบดั้งเดิมและเสริมศักยภาพการป้องปรามตามความต้องการด้านเทคโนโลยีทางทหาร
ก่อนหน้านี้ คิม โยจอง รองผู้อำนวยการคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี วิจารณ์การฝึกกำลังผสม “แปซิฟิก แวนการ์ด 2026” ซึ่งนำโดยสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการตอบโต้ในเชิงรุกมากขึ้น โดยการยิงขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นสองวันหลังการเผยแพร่ถ้อยแถลงดังกล่าว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น