
รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ
เมื่อเรื่องเล่าพื้นบ้านเกาหลีเข้าถึงผู้ชมข้ามพรมแดน
หากวันหนึ่งมีใครบางคนใช้ใบหน้าและชื่อของเรา แล้วเข้ามาครอบครองชีวิตจนเราไม่อาจยืนยันได้ว่าตัวเองเป็นใคร ความน่ากลัวจะไม่ได้อยู่แค่การเผชิญหน้ากับสิ่งลึกลับ แต่อยู่ที่การสูญเสียหลักฐานพื้นฐานที่สุดของการมีตัวตน นี่คือจุดตั้งต้นของ ‘들쥐’ ซีรีส์เกาหลีแนวลึกลับระทึกขวัญที่นำแสดงโดยรยูจุนยอลและซอลคยองกู ซึ่งก้าวขึ้นอันดับ 1 ในหมวดรายการภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษของเน็ตฟลิกซ์ในการจัดอันดับสัปดาห์ที่สองหลังเปิดตัว
สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่คุ้นเคยกับละครผี นิทานพื้นบ้าน และเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนหน้าตาเหมือนกัน เสน่ห์ของข่าวนี้จึงไม่ใช่เพียงการมีซีรีส์เกาหลีอีกเรื่องขึ้นชาร์ต แต่เป็นการเห็นเรื่องเล่าท้องถิ่นถูกปรับให้กลายเป็นความขัดแย้งที่ผู้ชมต่างวัฒนธรรมเข้าใจได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักต้นตำนานมาก่อน ความสำเร็จครั้งนี้เปิดประเด็นให้พิจารณาว่า เนื้อหาที่มีรากทางวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นสามารถเดินทางไปได้ไกลเพียงใด เมื่อเล่าผ่านตัวละครที่มีสิ่งสำคัญต้องสูญเสียและมีเป้าหมายที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การอ่านปรากฏการณ์นี้ต้องแยกผลการจัดอันดับออกจากข้อสรุปเรื่องอิทธิพลทางวัฒนธรรมและความสำเร็จทางธุรกิจ ข้อมูลที่มีอยู่ยืนยันผลงานการรับชมในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ยังไม่ได้บอกว่าผู้ชมแต่ละประเทศชอบเรื่องนี้เพราะอะไร หรือบริษัทผู้ผลิตได้รับผลตอบแทนมากน้อยเพียงใด สำหรับตลาดไทย ประโยชน์ของข่าวจึงอยู่ทั้งในฐานะข้อมูลประกอบการเลือกชม และกรณีศึกษาเรื่องการพัฒนาเนื้อหาท้องถิ่นให้สื่อสารกับคนดูวงกว้าง
จากอันดับ 5 สู่ตำแหน่งสูงสุด ต้องอ่านพร้อมเงื่อนไขเวลา
ข้อมูลจากทูดุม เว็บไซต์ทางการของเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งเผยแพร่วันที่ 9 กันยายน ระบุว่า ‘들쥐’ ทำยอดการรับชมตามวิธีคำนวณของแพลตฟอร์มได้ 4.4 ล้านวิว ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคมถึง 6 กันยายน และอยู่ในอันดับ 1 ของหมวดรายการภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ซีรีส์เปิดให้รับชมพร้อมกันทั่วโลกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม โดยการจัดอันดับสัปดาห์แรกอยู่ที่อันดับ 5 ก่อนขยับขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในสัปดาห์ถัดมา
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ ผลงานไม่ได้หยุดอยู่ที่อันดับช่วงเปิดตัว แต่สามารถขึ้นไปอยู่เหนือผลงานอื่นในหมวดเดียวกันในการประกาศผลครั้งต่อมา อย่างไรก็ดี ช่วงแรกและช่วงที่สองมีจำนวนวันหลังเปิดตัวซึ่งถูกนับรวมไม่เท่ากัน สัปดาห์แรกจึงไม่ใช่ฐานเปรียบเทียบที่เทียบกันได้ตรงไปตรงมา หากจะอธิบายว่าความต้องการรับชมเพิ่มขึ้นเร็วเพียงใด ยังต้องมีตัวเลขและบริบทมากกว่าลำดับบนตาราง
อีกข้อที่ควรทำความเข้าใจคือ คำว่าอันดับ 1 ในข่าวนี้หมายถึงอันดับในหมวดรายการภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่อันดับรวมของเนื้อหาทั้งหมดบนเน็ตฟลิกซ์ และไม่ได้หมายความว่าซีรีส์เรื่องนี้มียอดรับชมเหนือภาพยนตร์หรือรายการภาษาอังกฤษทุกเรื่อง การระบุขอบเขตให้ครบไม่ได้ลดคุณค่าความสำเร็จ แต่ช่วยให้ผู้อ่านประเมินสถานะของผลงานได้แม่นยำ โดยไม่ขยายพาดหัวให้กว้างกว่าข้อเท็จจริง
สำหรับผู้ติดตามข่าวบันเทิงไทย ความแตกต่างนี้คล้ายกับการแยกคำว่า ละครอันดับหนึ่งในช่วงเวลาออกอากาศ ออกจากรายการที่มีผู้ชมสูงสุดทั้งสถานี ตัวเลขทั้งสองอาจน่าสนใจ แต่ตอบคนละคำถาม กรณี ‘들쥐’ สิ่งที่ยืนยันได้คือ ซีรีส์ขึ้นเป็นผู้นำของหมวดที่ระบุในสัปดาห์นั้น ส่วนจะรักษาอันดับได้นานเพียงใด ยังต้องติดตามผลการจัดอันดับครั้งต่อไป
4.4 ล้านวิวไม่เท่ากับผู้ชม 4.4 ล้านคน
ตัวเลข 4.4 ล้านวิวเป็นจุดที่ต้องอธิบายให้ชัด เน็ตฟลิกซ์คำนวณยอดวิวที่ใช้ในตารางนี้จากชั่วโมงรับชมรวม หารด้วยความยาวของผลงาน จึงเป็นตัวเลขที่แปลงเวลารับชมให้อยู่ในหน่วยสำหรับเปรียบเทียบ ไม่ใช่การนับบุคคลที่ไม่ซ้ำกัน และไม่ใช่หลักฐานว่ามีผู้ชม 4.4 ล้านคนดูครบทุกตอนตั้งแต่ต้นจนจบ การเขียนว่ามีคนดูจริงตามจำนวนดังกล่าวจึงเกินกว่าที่ข้อมูลรองรับ
ข้อแตกต่างนี้มีความสำคัญในยุคที่ผู้อ่านไทยพบทั้งยอดวิวคลิปสั้น ยอดรับชมย้อนหลัง เรตติ้งโทรทัศน์ และอันดับบนบริการสตรีมมิงอยู่ในหน้าข่าวเดียวกัน แม้ทุกตัวเลขเกี่ยวข้องกับความนิยม แต่ไม่ได้ใช้หน่วยหรือวิธีนับเดียวกัน การนำมาเทียบโดยไม่อธิบายนิยามอาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะเมื่อใช้ตัดสินว่าละครไทยหรือซีรีส์เกาหลีเรื่องใดเข้าถึงคนมากกว่า
ในระดับประเทศ ‘들쥐’ ครองอันดับ 1 ในเกาหลีใต้ บังกลาเทศ มาเลเซีย และปากีสถาน รวม 4 ประเทศ ขณะเดียวกันติด 10 อันดับแรกในทั้งหมด 45 ประเทศ สองตัวเลขนี้สะท้อนคนละมิติ การเป็นผู้นำในบางตลาดแสดงตำแหน่งที่สูงเมื่อเทียบกับผลงานอื่นภายในตลาดนั้น ส่วนการติดอันดับในหลายประเทศช่วยบอกขอบเขตการกระจายตัวของความสนใจที่กว้างออกไป
แต่รายงานไม่ได้เปิดเผยยอดรับชมแยกประเทศ จึงยังระบุไม่ได้ว่าประเทศใดสร้างสัดส่วนการรับชมมากที่สุด หรือภูมิภาคใดเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของผลงาน การขึ้นอันดับ 1 ในประเทศหนึ่งก็ไม่ได้แปลว่าจะมีจำนวนการรับชมสูงกว่าการอยู่ในอันดับรองลงมาของอีกประเทศเสมอไป เพราะขนาดตลาดและพฤติกรรมการใช้บริการต่างกัน สำหรับประเทศไทย ข้อมูลที่ได้รับไม่ได้ระบุอันดับไว้ จึงไม่ควรสรุปว่าไทยอยู่ในกลุ่ม 45 ประเทศหรือเป็นส่วนสำคัญของยอดรับชมครั้งนี้
นักเขียนที่เสียชีวิตของตัวเอง กับเจ้าหนี้ที่ต้องการเงินคืน
‘들쥐’ ดัดแปลงจากเว็บตูนชื่อเดียวกัน รยูจุนยอลรับบทเจมุนแจ นักเขียนนวนิยายผู้เก็บตัว ซึ่งถูกสิ่งมีตัวตนลึกลับแย่งชิงทั้งชื่อ ใบหน้า และชีวิต ส่วนซอลคยองกูรับบทโนจา ผู้ปล่อยเงินกู้ที่ต้องการติดตามเงินที่หายไป ทั้งสองจึงเข้าสู่ปริศนาเดียวกันด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน คนหนึ่งต้องการทวงคืนความเป็นตัวเอง ขณะที่อีกคนมีเป้าหมายเกี่ยวกับทรัพย์สิน
เรื่องราวยังมีพัคซุนยอง ตำรวจที่รับบทโดยอีคยูฮยอง เข้าร่วมติดตามความจริงเบื้องหลังสิ่งลึกลับดังกล่าว โครงสร้างนี้ทำให้การสืบหาคำตอบไม่ได้อาศัยเพียงคำถามว่าใครเป็นผู้กระทำ แต่ยังเปิดให้ติดตามว่าความต้องการของตัวละครแต่ละคนจะพาพวกเขาไปในทิศทางเดียวกันหรือขัดแย้งกันอย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอจะประเมินพัฒนาการของความสัมพันธ์หรือวิธีคลี่คลายปมในเรื่อง
ในมุมของผู้ชมไทย จุดเข้าใจง่ายคือสถานการณ์ที่คนคนหนึ่งสูญเสียสิทธิในการเป็นตัวเอง ชื่อและใบหน้าซึ่งควรใช้ยืนยันตัวตนกลับไม่ทำหน้าที่อย่างที่คาดหวัง ความกังวลลักษณะนี้เชื่อมโยงกับคำถามร่วมสมัยเรื่องความน่าเชื่อถือของตัวตนได้ แม้ไม่ควรตีความต่อว่าซีรีส์นำเสนอประเด็นอาชญากรรมออนไลน์หรือเทคโนโลยีปลอมแปลงโดยตรง เพราะเรื่องย่อที่เผยแพร่ไม่ได้ยืนยันเนื้อหาในทิศทางนั้น
สิ่งที่ทำให้พล็อตมีโอกาสเข้าถึงคนดูต่างชาติ จึงอาจไม่ใช่ความรู้เกี่ยวกับเกาหลีเป็นอันดับแรก แต่เป็นการเข้าใจว่าตัวละครกำลังจะสูญเสียอะไร ผู้ชมสามารถเริ่มต้นจากการลุ้นให้นักเขียนได้ชีวิตคืน แล้วจึงค่อยทำความรู้จักโลกของเรื่อง นี่เป็นการอ่านโครงสร้างการเล่าเรื่องจากข้อมูลที่มี ไม่ใช่ข้อสรุปจากผลสำรวจผู้ชม และยังไม่อาจระบุได้ว่าองค์ประกอบดังกล่าวเป็นสาเหตุหลักของอันดับที่ได้รับ
รู้จักนิทาน ‘หนูกินเล็บ’ โดยไม่ต้องรู้วัฒนธรรมเกาหลีล่วงหน้า
รากของซีรีส์มาจากนิทานพื้นบ้านเกาหลี ‘손톱 먹은 들쥐’ ซึ่งอธิบายชื่ออย่างตรงตัวได้ว่าเรื่องหนูทุ่งที่กินเล็บ ส่วนคำว่า ‘들쥐’ หมายถึงหนูทุ่ง การอธิบายความหมายในที่นี้มีไว้ช่วยให้เข้าใจบริบททางวัฒนธรรม ไม่ใช่การระบุชื่อภาษาไทยอย่างเป็นทางการของซีรีส์ ตัวเรื่องนำแรงบันดาลใจจากนิทานเก่ามาเชื่อมกับสถานการณ์ที่มนุษย์ถูกช่วงชิงชื่อ ใบหน้า และชีวิต แล้วพัฒนาเป็นปริศนาระทึกขวัญ
นิทานพื้นบ้านไม่จำเป็นต้องมีสถานะเดียวกับประวัติศาสตร์หรือความเชื่อที่ทุกคนในสังคมยึดถือร่วมกัน สำหรับผู้อ่านไทย อาจทำความเข้าใจได้ผ่านเรื่องเล่าที่ได้ยินจากผู้ใหญ่ หนังสือนิทาน หรือการแสดง ซึ่งบางคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ขณะที่บางคนรู้จักเพียงชื่อ การอธิบายว่าซีรีส์อ้างอิงนิทานเกาหลีจึงไม่ควรนำไปสู่การเหมารวมว่าชาวเกาหลีทุกคนรู้จักรายละเอียด หรือเชื่อเรื่องดังกล่าวในชีวิตประจำวัน
หากเทียบกับไทยในระดับวิธีทำงานทางวัฒนธรรม เรื่องแม่นาคพระโขนงเป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นว่าเรื่องเล่าซึ่งมีสถานที่ บรรยากาศ และความเชื่อเฉพาะถิ่น สามารถถูกนำกลับมาเล่าด้วยน้ำหนักด้านความรัก ความกลัว หรือความสูญเสียที่ต่างกันได้ การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่านิทานทั้งสองมีต้นกำเนิดหรือโครงเรื่องเหมือนกัน แต่ชี้ให้เห็นว่าผู้สร้างมีพื้นที่ตีความเรื่องที่สืบทอดมาให้ตอบความสนใจของผู้ชมรุ่นใหม่
ในกรณี ‘들쥐’ จุดที่น่าพิจารณาคือการรักษารากของความลึกลับแบบเกาหลีไว้ ขณะเดียวกันก็วางวิกฤตของตัวละครให้เข้าใจได้โดยไม่ต้องอ่านคำอธิบายทางวัฒนธรรมยาว ๆ ก่อนรับชม หากมองในฐานะบทเรียนสำหรับผู้พัฒนาเรื่องเล่า การมีเอกลักษณ์ท้องถิ่นกับการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องเป็นทางเลือกที่หักล้างกัน แต่ต้องอาศัยการออกแบบเรื่องที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจเหตุการณ์และเดิมพันของตัวละคร
จากนิทานสู่เว็บตูน แล้วจึงเป็นซีรีส์
อีกองค์ประกอบสำคัญคือ ‘들쥐’ ไม่ได้เดินทางจากนิทานพื้นบ้านสู่จอโดยตรง แต่ผ่านการพัฒนาเป็นเว็บตูนก่อน เว็บตูนคือการ์ตูนดิจิทัลที่โดยทั่วไปออกแบบให้เลื่อนอ่านต่อเนื่องบนหน้าจอ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ รูปแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการเล่าเรื่องร่วมสมัยของเกาหลี และช่วยอธิบายว่าทำไมข่าวซีรีส์เกาหลีจำนวนหนึ่งจึงกล่าวถึงต้นฉบับการ์ตูนควบคู่กับผู้กำกับและนักแสดง
สำหรับผู้อ่านไทย อาจเทียบขั้นตอนนี้กับการนำนิยายออนไลน์หรือการ์ตูนมาพัฒนาเป็นละครและซีรีส์ แต่ละสื่อมีเครื่องมือสร้างความตื่นเต้นต่างกัน ภาพวาดและจังหวะเลื่อนหน้าจอไม่เหมือนการแสดง น้ำเสียง การตัดต่อ หรือเสียงประกอบ การมีต้นฉบับจึงไม่ได้หมายความว่าผลงานภาพเคลื่อนไหวจะประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ ผู้ดัดแปลงยังต้องตัดสินใจว่าจะรักษาส่วนใด ปรับส่วนใด และทำอย่างไรให้ผู้ชมที่ไม่เคยอ่านติดตามเรื่องได้
ผู้ชมจึงอาจเข้าหาผลงานจากหลายทาง ทั้งความสนใจในนิทาน ความคุ้นเคยกับเว็บตูน หรือการติดตามนักแสดง อย่างไรก็ตาม รายงานครั้งนี้ไม่ได้มีข้อมูลสัดส่วนผู้ชมแต่ละกลุ่ม จึงยังบอกไม่ได้ว่าแฟนต้นฉบับหรือแฟนนักแสดงมีส่วนต่อยอดรับชมมากกว่ากัน เช่นเดียวกับที่ไม่ควรยกความแปลกใหม่ของนิทานให้เป็นคำอธิบายความสำเร็จเพียงข้อเดียว โดยละเลยคุณภาพด้านอื่นที่ยังไม่มีข้อมูลประเมิน
ในเชิงอุตสาหกรรม สิ่งที่เห็นจากกรณีนี้คือเส้นทางการพัฒนาเนื้อหาหลายชั้น ตั้งแต่มรดกเรื่องเล่าไปสู่ต้นฉบับร่วมสมัยและงานภาพเคลื่อนไหว เส้นทางดังกล่าวชวนให้บริษัทไทยพิจารณามูลค่าของการพัฒนาบทและสิทธิในผลงานอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่มองหาเพียงตำนานที่มีชื่อเสียงมาประกอบกับนักแสดงที่เป็นที่รู้จัก ทั้งนี้ ไม่มีข้อมูลในข่าวว่ามีบริษัทไทยเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือถือสิทธิของซีรีส์เรื่องนี้
ความหมายต่อประเทศไทย: โอกาสของผู้ชม และโจทย์ของผู้ผลิต
สำหรับประเทศไทย ข่าวนี้มีนัยสำคัญในฐานะกรณีศึกษาการแข่งขันเพื่อเวลารับชม ไม่ใช่หลักฐานว่าซีรีส์ครองตลาดไทยแล้ว ผู้ชมไทยที่ติดตามบันเทิงเกาหลีมีโอกาสทำความรู้จักเรื่องเล่าที่อยู่นอกภาพจำของซีรีส์รัก ขณะเดียวกัน ผู้ชมที่คุ้นกับเรื่องผีและความเชื่อแบบไทยก็อาจใช้ความสนใจเดิมเป็นจุดเริ่มต้นสำรวจงานลึกลับจากอีกวัฒนธรรมหนึ่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องมองว่าเรื่องเล่าของประเทศใดเข้ามาแทนที่อีกประเทศ
การที่มาเลเซียอยู่ในกลุ่มประเทศซึ่งซีรีส์ขึ้นอันดับ 1 เป็นข้อมูลที่ควรสังเกตสำหรับผู้ติดตามตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่เพียงพอจะอนุมานว่าคนดูไทยจะตอบรับเหมือนกัน แม้อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ตลาดแต่ละแห่งมีภาษา สภาพแวดล้อมทางสื่อ และความชอบของผู้ชมต่างกัน หากบริษัทหรือผู้วิเคราะห์ในไทยต้องการประเมินโอกาสจริง ยังจำเป็นต้องดูข้อมูลประเทศไทยโดยตรง ไม่ใช่ใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นตัวแทน
สำหรับชุมชนแฟนคลับไทย การพูดถึงผลงานใหม่สามารถเป็นพื้นที่อธิบายทั้งนักแสดง ต้นฉบับ และบริบทของนิทานได้ แต่ควรแยกการแนะนำเรื่องออกจากการอ้างตัวเลขความสำเร็จ แฟนสามารถชื่นชมการขึ้นอันดับ 1 ได้อย่างเต็มที่พร้อมระบุหมวดและช่วงเวลา โดยไม่ต้องขยายเป็นคำว่าอันดับหนึ่งทั่วโลกของทุกเนื้อหา ส่วนสื่อบันเทิงไทยมีบทบาทช่วยให้ข้อมูลเหล่านี้ตรวจสอบได้ และหลีกเลี่ยงการเปิดเผยปมสำคัญเกินความจำเป็นเมื่อเล่าเบื้องหลังทางวัฒนธรรม
ในด้านบริษัทผู้ผลิตและผู้พัฒนาบทไทย บทเรียนที่มีประโยชน์ไม่ใช่การทำเรื่องให้ดูเหมือนเกาหลี แต่เป็นการถามว่าวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยสามารถสร้างวิกฤตที่คนต่างชาติเข้าใจได้อย่างไร ความเชื่อเกี่ยวกับบ้าน ครอบครัว หรือสิ่งเหนือธรรมชาติอาจเป็นจุดเริ่มต้นของงานสร้างสรรค์ได้ แต่การมีวัตถุดิบที่น่าสนใจยังไม่ใช่แผนธุรกิจ และอันดับของซีรีส์หนึ่งเรื่องก็ยังไม่พิสูจน์ว่าผู้ซื้อจะต้องการเนื้อหาลักษณะเดียวกันจากทุกประเทศ
การพัฒนาโครงการจริงยังต้องคำนึงถึงสิทธิของต้นฉบับดัดแปลง งบประมาณ ความเหมาะสมของรูปแบบ และกลุ่มผู้ชมเป้าหมาย แม้เรื่องเล่าพื้นบ้านกับเว็บตูนที่สร้างขึ้นภายหลังจะเกี่ยวข้องกัน ก็ไม่ควรถือว่าเป็นสิ่งเดียวกันในเชิงสิทธิ รายละเอียดการออกแบบตัวละครและการเล่าเรื่องของงานร่วมสมัยอาจมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบต่างหาก ดังนั้น การนำกรณีเกาหลีมาเรียนรู้ควรเน้นกระบวนการพัฒนา ไม่ใช่การหยิบรูปแบบสำเร็จไปใช้โดยข้ามขั้นตอน
ในมิติความสัมพันธ์ไทย–เกาหลี ผลงานบันเทิงเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมรู้จักภาษาหรือเรื่องเล่าของกันและกันได้ แต่การรับชมไม่เท่ากับความร่วมมือระดับบริษัทหรือรัฐ ข่าวนี้ไม่ได้ระบุโครงการร่วมผลิต การลงทุน หรือกิจกรรมในประเทศไทย ความเชื่อมโยงที่กล่าวได้อย่างระมัดระวังคือ ซีรีส์เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมไทยทำความรู้จักนิทานเกาหลีผ่านความบันเทิง และเป็นหัวข้อเปรียบเทียบกับการนำมรดกเรื่องเล่าของไทยกลับมาใช้ในสื่อร่วมสมัย
สี่ผลงานเกาหลีในชาร์ตเดียวกัน สะท้อนทางเลือกมากกว่าสูตรเดียว
นอกจาก ‘들쥐’ แล้ว การจัดอันดับหมวดรายการภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษในสัปดาห์เดียวกันยังมีผลงานเกาหลีอีก 3 เรื่องอยู่ใน 10 อันดับแรก ได้แก่ ‘포핸즈’ นำแสดงโดยซงคังและอีจุนยอง ซึ่งเข้าชาร์ตอันดับ 5 ในสัปดาห์แรกที่เปิดตัวบนเน็ตฟลิกซ์ ‘이런 엿같은 사랑’ นำแสดงโดยจองแฮอินและฮายอง อยู่ที่อันดับ 7 และโรแมนติกคอมเมดี้ ‘오싹한 연애’ นำแสดงโดยพัคอึนบินและยังเซจง อยู่ที่อันดับ 10 โดยใช้ชื่อเกาหลีตามข้อมูลต้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างชื่อไทยอย่างเป็นทางการขึ้นเอง
การมีทั้งงานลึกลับระทึกขวัญและโรแมนติกคอมเมดี้ในตารางเดียวกัน ช่วยให้มองกระแสฮันรยูได้กว้างกว่าภาพจำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ฮันรยูหมายถึงกระแสการแพร่หลายของวัฒนธรรมร่วมสมัยเกาหลีออกไปนอกประเทศ ซึ่งในบริบทของซีรีส์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่โครงเรื่องรักหรือดารากลุ่มเดียว อย่างน้อยที่สุด ตารางสัปดาห์นี้แสดงว่าผู้ชมมีผลงานเกาหลีหลายแบบอยู่ในกลุ่มที่ได้รับความสนใจพร้อมกัน
อย่างไรก็ดี การปรากฏพร้อมกันไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้ชมกลุ่มเดียวกันดูครบทั้ง 4 เรื่อง และไม่ได้แสดงว่าความสำเร็จของเรื่องหนึ่งส่งต่อไปยังอีกเรื่องโดยตรง สถานะการเปิดตัวก็ต่างกัน โดย ‘포핸즈’ เป็นผลจากสัปดาห์แรก ขณะที่ ‘들쥐’ อยู่ในการจัดอันดับครั้งที่สอง การใช้ตำแหน่งบนชาร์ตตัดสินว่าผลงานใดประสบความสำเร็จมากกว่าอย่างเด็ดขาด จึงมองข้ามเงื่อนไขด้านเวลาและข้อมูลที่ยังขาดอยู่
สำหรับอุตสาหกรรมไทย ประเด็นนี้ชวนให้คิดถึงความหลากหลายของผลงาน มากกว่าการมองหาประเภทเรื่องที่ต้องทำตามทันที เมื่อผู้ชมมีรสนิยมต่างกัน การพัฒนางานหลายแนวที่มีจุดเด่นชัดเจนอาจเป็นคำถามเชิงกลยุทธ์ที่มีประโยชน์กว่าการทุ่มความสนใจให้แนวที่ขึ้นอันดับสูงในสัปดาห์เดียว แต่จะเลือกแนวใดและลงทุนเท่าไรยังต้องอาศัยข้อมูลของบริษัทและตลาดเป้าหมาย ไม่สามารถอนุมานจากชาร์ตนี้เพียงชุดเดียว
สิ่งที่ต้องติดตามหลังความสำเร็จสัปดาห์ที่สอง
คำถามต่อจากนี้คือ ‘들쥐’ จะรักษาการรับชมและตำแหน่งในชาร์ตได้ต่อเนื่องเพียงใด การติดอันดับครั้งต่อ ๆ ไปจะช่วยให้เห็นว่าผลงานยังมีผู้ชมเข้ามารับชมในระดับใด และขอบเขตประเทศที่ติดอันดับเปลี่ยนไปอย่างไร อย่างไรก็ตาม แม้มีข้อมูลเพิ่มก็ยังต้องอ่านตามนิยามของแต่ละตัวเลข เพราะอันดับ ยอดวิว และจำนวนประเทศไม่ใช่สิ่งทดแทนกัน และไม่ได้เปิดเผยประสบการณ์ของผู้ชมทั้งหมด
ในส่วนของประเทศไทย สิ่งที่ควรติดตามคือข้อมูลอันดับในประเทศหากมีการเปิดเผย ตลอดจนรายละเอียดการนำเสนอผลงานต่อผู้ชมไทยที่ยืนยันได้จากช่องทางทางการ หากในอนาคตมีข่าวความร่วมมือด้านสิทธิหรือการผลิตระหว่างบริษัทไทยกับเกาหลี ก็ต้องพิจารณาจากข้อตกลงของโครงการนั้นโดยตรง ไม่ควรนำความสำเร็จของซีรีส์เรื่องนี้ไปเชื่อมเป็นเหตุและผลล่วงหน้า ส่วนเสียงตอบรับจากแฟนคลับอาจช่วยอธิบายประสบการณ์ของผู้ชมบางกลุ่มได้ แต่ไม่ใช่ตัวแทนของตลาดทั้งหมด
ข้อสรุปที่ชัดเจนในเวลานี้คือ ซีรีส์ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากนิทานเกาหลีมาพัฒนาผ่านเว็บตูน ขึ้นอันดับ 1 หมวดรายการภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษในสัปดาห์ที่สอง ด้วยยอดวิวตามสูตรของเน็ตฟลิกซ์ 4.4 ล้าน และติด 10 อันดับแรกใน 45 ประเทศ ผลงานนี้จึงเป็นกรณีที่น่าศึกษาว่าเรื่องเล่าท้องถิ่นสามารถเข้าถึงผู้ชมหลายตลาดได้ ขณะเดียวกันก็ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศว่าพบสูตรสำเร็จของซีรีส์ระดับนานาชาติ
สำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ไทย คำถามที่มีคุณค่ากว่าการถามว่าจะทำอย่างไรให้เหมือน ‘들쥐’ คือจะเล่าเรื่องจากสังคมไทยอย่างไรให้คนที่ไม่รู้จักประเทศไทยมาก่อนยังเข้าใจความปรารถนาและความกลัวของตัวละครได้ ส่วนสำหรับคนดู ข่าวนี้เป็นคำเชิญให้สำรวจว่าความน่ากลัวจากนิทานต่างถิ่นมีส่วนใดคล้ายหรือแตกต่างจากเรื่องที่เราเติบโตมาด้วย โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของฝ่ายใดเพื่อให้เรื่องเล่าสื่อสารถึงกัน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น