ดัน ‘K-เมดิ’ จากภูมิปัญญาเกาหลีสู่ตลาดโลก เกาหลีใต้เชื่อมมหาวิทยาลัย-ธุรกิจท้องถิ่น-ระบบส่งออก สร้างโอกาสใหม่ในยุคสุขภาพ

ดัน ‘K-เมดิ’ จากภูมิปัญญาเกาหลีสู่ตลาดโลก เกาหลีใต้เชื่อมมหาวิทยาลัย-ธุรกิจท้องถิ่น-ระบบส่งออก สร้างโอกาสใหม่ในยุคสุขภาพ

รูปภาพเพื่อช่วยให้เข้าใจบทความ

เกาหลีใต้เดินหน้าสร้างเส้นทางสายไหมสายใหม่ของ K-เมดิ จากภูมิปัญญาแพทย์แผนเกาหลีสู่ตลาดโลก

กระแส Korean Wave หรือฮันรยู (Hallyu) ของเกาหลีใต้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเพลง K-pop ซีรีส์เกาหลี หรืออาหารเกาหลีที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่ภาคสุขภาพ ความงาม และผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาดั้งเดิมของเกาหลี โดยล่าสุดเมืองแทกู (Daegu) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการแพทย์และการศึกษาของเกาหลีใต้ กำลังผลักดันโครงการ ‘K-เมดิ ซิลค์โรด’ (K-Medi Silk Road Project) เพื่อพาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

สำนักงานศุลกากรแทกูและมหาวิทยาลัยแพทย์แผนเกาหลีแทกู (Daegu Haany University) ได้ประกาศความร่วมมือเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการส่งออกของธุรกิจท้องถิ่น โดยสำนักงานศุลกากรจะเข้าร่วมสนับสนุนโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยลดอุปสรรคที่บริษัทท้องถิ่นต้องเผชิญเมื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

แนวคิดสำคัญของโครงการคือการนำศาสตร์การแพทย์แผนเกาหลี หรือ “ฮันบัง” (Hanbang) ซึ่งเป็นองค์ความรู้ดั้งเดิมของเกาหลี มาผสมผสานกับเทคโนโลยีชีวภาพและดิจิทัล เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ เช่น เครื่องสำอาง อาหารสุขภาพ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์สุขภาพ

สำหรับผู้บริโภคไทย แนวคิดนี้มีความคล้ายคลึงกับการนำภูมิปัญญาสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร หรือศาสตร์แพทย์แผนไทย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพสมัยใหม่ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ แต่เกาหลีใต้กำลังพยายามสร้างระบบเชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัย การผลิต ไปจนถึงการส่งออกอย่างครบวงจร

เมื่อฮันบังพบไบโอเทคและดิจิทัล เทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมสุขภาพเกาหลี

จุดเด่นของ K-เมดิ ซิลค์โรด ไม่ใช่เพียงการขายความเป็นเกาหลี แต่เป็นการปรับเปลี่ยนความรู้ดั้งเดิมให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะตลาดสุขภาพและความงามที่ทั่วโลกให้ความสนใจมากขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

มหาวิทยาลัยแทกูฮันอึยกำลังทำงานร่วมกับบริษัทท้องถิ่น เพื่อผสมผสานองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนเกาหลีกับเทคโนโลยีชีวภาพและดิจิทัล พร้อมพัฒนาแบรนด์ร่วมสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอางและอาหาร

คำว่า “ฮันบัง” อาจยังไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับผู้บริโภคไทยเท่ากับคำว่า K-beauty หรือ K-food แต่ในเกาหลีใต้ ฮันบังถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสุขภาพที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเน้นแนวคิดเรื่องสมดุลของร่างกาย การใช้สมุนไพร และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

อย่างไรก็ตาม การนำแนวคิดดั้งเดิมเข้าสู่ตลาดโลกจำเป็นต้องมีการอธิบายด้วยภาษาสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ หรือหลักฐานด้านคุณภาพ เพราะผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศไม่ได้ซื้อเพียงเรื่องราวทางวัฒนธรรม แต่ต้องการความมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสินค้า

นี่เป็นเหตุผลที่การผสานไบโอเทคและดิจิทัลเข้ากับภูมิปัญญาเดิมมีความสำคัญ เพราะช่วยเปลี่ยนผลิตภัณฑ์จากสินค้าที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรม ไปสู่สินค้าที่มีศักยภาพในการแข่งขันเชิงพาณิชย์

บทบาทของศุลกากร เปลี่ยนงานวิจัยในมหาวิทยาลัยให้เดินทางถึงตลาดต่างประเทศ

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจของความร่วมมือครั้งนี้คือการเข้ามามีบทบาทของสำนักงานศุลกากรแทกู ซึ่งสะท้อนว่าการส่งออกยุคใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้าเพียงอย่างเดียว

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศมักมีความท้าทายหลายด้าน ตั้งแต่ขั้นตอนเอกสารส่งออก กฎระเบียบของแต่ละประเทศ การจัดการโลจิสติกส์ ไปจนถึงความเข้าใจในระบบการค้าโลก

ในโมเดลของแทกู มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นฐานด้านองค์ความรู้และการวิจัย ขณะที่บริษัทท้องถิ่นนำความรู้ไปพัฒนาเป็นสินค้า และสำนักงานศุลกากรช่วยสนับสนุนเส้นทางการส่งออก ทำให้เกิดห่วงโซ่ที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนบริษัทที่เข้าร่วม ประเทศเป้าหมาย หรือมูลค่าการส่งออกที่คาดการณ์ แต่ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนแนวทางใหม่ของเกาหลีใต้ในการสร้างระบบนิเวศการส่งออกระดับภูมิภาค

ในอดีต ภาพจำของการส่งออกเกาหลีมักเชื่อมโยงกับบริษัทขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มเทคโนโลยี รถยนต์ หรืออุตสาหกรรมหนัก แต่ปัจจุบันรัฐบาลและองค์กรท้องถิ่นกำลังให้ความสำคัญกับการผลักดันธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กให้สามารถสร้างแบรนด์ระดับโลกได้มากขึ้น

K-เมดิ กับโอกาสและความท้าทายสำหรับประเทศไทยในตลาดสุขภาพเกาหลี

สำหรับประเทศไทย ความเคลื่อนไหวของแทกูเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะไทยเองมีต้นทุนทางวัฒนธรรมด้านสุขภาพและสมุนไพรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนไทย อาหารสมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติ

ตลาดไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเกาหลีใต้ในหลายด้าน ทั้งการท่องเที่ยว ความบันเทิง การค้า และฐานแฟนคลับเกาหลีจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ K-beauty และแนวโน้มสุขภาพจากเกาหลี

หากผลิตภัณฑ์ K-เมดิ จากเกาหลีเข้าสู่ตลาดไทยมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยอาจต้องแข่งขันด้วยการสร้างจุดแตกต่าง ไม่ใช่เพียงแข่งขันด้านราคา แต่ควรเน้นการพัฒนาเรื่องราวของสินค้า คุณภาพวัตถุดิบ และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกัน

ในอีกด้านหนึ่ง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และธุรกิจท้องถิ่นของเกาหลี อาจเป็นแนวทางที่ไทยสามารถศึกษาได้ เพราะประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการสมุนไพรจำนวนมาก แต่ความท้าทายสำคัญคือการเชื่อมองค์ความรู้เหล่านี้เข้าสู่ตลาดโลกอย่างเป็นระบบ

สำหรับบริษัทไทยที่ต้องการเข้าสู่ตลาดสุขภาพระดับนานาชาติ กรณีของแทกูสะท้อนว่าการมีผลิตภัณฑ์ที่ดีอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีระบบสนับสนุนด้านมาตรฐาน การส่งออก การสร้างแบรนด์ และการเล่าเรื่องสินค้าให้ผู้บริโภคต่างประเทศเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลปัจจุบันยังไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์จากโครงการ K-เมดิ ซิลค์โรด จะเข้าสู่ตลาดไทยโดยตรงหรือไม่ ดังนั้นผลกระทบต่อประเทศไทยในระยะสั้นยังเป็นเพียงแนวโน้มที่ต้องติดตาม มากกว่าจะเป็นการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้ว

จากเมืองแทกูสู่ตลาดโลก บทเรียนของเศรษฐกิจท้องถิ่นเกาหลี

ความร่วมมือระหว่างสำนักงานศุลกากรแทกูและมหาวิทยาลัยแพทย์แผนเกาหลีแทกู แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเกาหลีใต้ในการเปลี่ยนทรัพยากรท้องถิ่นให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจระดับโลก

แทนที่จะให้บริษัทแต่ละแห่งพยายามส่งออกด้วยตัวเอง โครงการนี้สร้างรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคธุรกิจ ซึ่งช่วยแบ่งปันทรัพยากรและลดความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของฮันรยูยุคใหม่ ที่ไม่ได้ขายเพียงวัฒนธรรมบันเทิง แต่สร้างระบบเศรษฐกิจรอบตัว ตั้งแต่ความงาม อาหาร สุขภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยี

สำหรับประเทศไทย การเติบโตของ K-เมดิ เป็นอีกตัวอย่างว่าการแข่งขันในตลาดโลกยุคใหม่ไม่ได้อยู่ที่การมีวัตถุดิบหรือภูมิปัญญาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำสิ่งเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อถือ

อนาคตของโครงการจะขึ้นอยู่กับว่าสินค้าที่พัฒนาขึ้นสามารถเข้าสู่ตลาดจริงได้มากน้อยเพียงใด และสามารถสร้างความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์สุขภาพจากประเทศอื่นได้หรือไม่ แต่ความร่วมมือครั้งนี้ได้เปิดประเด็นสำคัญว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นเมื่อเชื่อมต่อกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และระบบส่งออก สามารถกลายเป็นทรัพย์สินทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์

Source: Original Korean article - Trendy News Korea

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

‘บอนชอนไก่ทอดเกาหลี’ เปลี่ยนมือสู่ทุนไทย: เมื่อแบรนด์ฮันรยูระดับโลกเดินเข้าสู่อ้อมแขนไมเนอร์ กรุ๊ป

โอ เยจิน กับบททดสอบหลังเหรียญทอง: ดาวยิงสาวเกาหลีใต้ลุยเอเชียนเกมส์ ท่ามกลางความคาดหวังที่หนักไม่แพ้ปืนในมือ

ถอดรหัสดีลใหญ่ ‘ซองซู 3’ แห่งกรุงโซล: เมื่อการประมูลล้มซ้ำไม่ได้แปลว่าโครงการสะดุด แต่หมายถึงเกมคัดเลือกผู้สร้างกำลังเปล